เรื่องย่อมหาหิน

เมื่อครอบครัวของเขาถูกฆ่าล้างครัว เพราะกุมความลับบางอย่างไว้ เขาจึงสึกออกมาตามหาคนร้ายเพื่อล้างแค้น จนต้องเข้าไปพัวพันกับธุรกิจมืดของผู้มีอิทธิพล ขณะเดียวกัน เขาก็กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับครูสาวผู้รักความยุติธรรม และทำให้เธอได้รู้จักกับตัวตนที่แท้จริงของเขา ทั้งคู่พร้อมเหล่าผองเพื่อนที่รักความถูกต้องจึงร่วมมือกันกำจัดคนชั่ว และทำให้ชุมชนกลับคืนความสงบสุขอีกครั้ง สอดแทรกแนวคิดที่ว่า ธรรมะย่อมชนะอธรรม

ดูมหาหินย้อนหลังทุกตอน

หลังจากที่ หิน (จิณณ์ จิณณะ) นักเลงประจำถิ่นถูกกล่าวหาว่ายิง พายุ ลูกชายของ กำนันลอย (เอกพัน บรรลือฤทธิ์) แต่เขาได้ต่อสู้จนพ้นผิดเพราะไม่ได้เป็นคนยิง ครูช่วง (สามารถ พยัคฆ์อรุณ) จึงขอให้หินไปบวชในที่ห่างไกล เพื่อที่คนพวกนี้จะได้ตามหาไม่เจอ แต่กำนันลอยและ ลม (ไพศาล ขุนหนู) น้องชายของพายุไม่ยอมเลิกรา ทั้งคู่ยังฝังใจว่าหินเป็นคนยิงพายุตาย

5 ปีต่อมา ดิน (สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์) พี่ชายของหินถูกยิงตายพร้อมภรรยา เนื่องจากไปขัดผลประโยชน์การเลือกตั้ง นายก อบต.ของ เรือง (วินัย ไกรบุตร) น้องชายกำนันลอย ซึ่งมี เสี่ยสมเกียรติ (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) เจ้าของห้างสรรพสินค้าใหญ่ในตัวจังหวัดให้การสนับสนุน ซึ่งคนที่หนุนหลังเสี่ยสมเกียรติตัวจริงคือ บอส ซึ่งไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริง บอสส่ง เคร่ง (สุทธิ์คุณ วันทานุ) พร้อมลูกน้องมาฆ่าดินยกครัว แต่ หนึ่ง ลูกชายของดินกับ ทราย (รัตติกร ขุนโสม) น้องสาวรอดตายอย่างหวุดหวิด

เหตุการณ์นี้ทำให้หินต้องสึกจากพระเพื่อมาดูแลหลานและน้อง โดยไม่คิดที่จะแก้แค้นและจองเวรกันอีกต่อไป อ่าง (พงษธัช รัตนเศรณี) คนขับรถสองแถว และ หล้า (นริศรา ชูกุล) น้องสาว เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่คอยให้ความช่วยเหลือ หินได้พบกับ ฝน (พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์) ลูกสาวคนเล็กของกำนันลอยบนรถไฟโดยบังเอิญ หินรู้สึกประทับใจ แต่พอรู้ว่าเป็นลูกสาวกำนันลอยจึงไม่อยากยุ่ง

ปลัดชัย (นวพล ภูวดล) และ ผู้ใหญ่แสง (ธนายง ว่องตระกูล) คือผู้ใหญ่อีกสองคนที่คอยช่วยเหลือหินในเรื่องต่างๆ และหินก็ให้ความนับถือมาก ลมเป็นคนสำมะเลเทเมาไม่เอาไหนจนกำนันลอยระอา เรืองจึงให้ลมไปทำงานกับเสี่ยสมเกียรติ โดยมีหน้าที่ขับรถให้ ชาดา (รัญดภา มันตะลัมพะ) ลูกสาวคนเดียวของเสี่ยสมเกียรติ ชาดาเป็นคนเอาแต่ใจลมก็เอาแต่ใจ จึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอดเวลา ทิม (วาทิต โสภา) กลับมาบ้านเกิดกับ ประดับ (พิภัชพงศ์ มากลั่น) เพื่อมาขายของเร่แบบพวกเล่นกลอับดุล พอดีมาเจอ เกสรา (จิลล์ โรเจอร์) ตำรวจหญิงที่ปลอมตัวเป็นหญิงค้าประเวณี กำลังถูกกวาดต้อนขึ้นรถเพื่อส่งไปขายซ่อง ทิมรีบเข้าไปช่วยทำให้เกสราไม่พอใจเพราะทิมทำให้แผนเสีย ทาง สารวัตรชัช (อติรุจ สิงหอำพล) หัวหน้าทีมจึงขอร้องให้ทิมกับประดับมาช่วยงาน เพราะทั้งหมดสืบทราบมาว่า เสี่ยสมเกียรติกับกำนันลอยและเรือง กำลังร่วมกันขายชาติและแบ่งแยกดินแดนทางตะวันตก โดยมีนายพลเก้ายอด (ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง) เป็นผู้สนับสนุน

วันหนึ่ง ไอ้ผาด (ฉัตรมงคล บำเพ็ญ) ลูกน้องกำนันลอยจับทรายกับหล้าไป หวังจะเอาไปขายให้ประเทศเพื่อนบ้าน ผาดเกิดชอบทรายจึงข่มขืน และยังให้ลูกน้องข่มขืนหล้าด้วย ทรายใช้โซ่ที่ล่ามเธอผูกคอตาย ส่วนหล้ากลายเป็นคนเสียสติ กว่าหินกับตำรวจจะไปช่วยมันก็สายไปแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หินแค้นและกลับมาจับปืนอีกครั้ง อ่างยอมขายรถสองแถวไปซื้อปืนเพื่อล้างแค้นให้หล้า โดยมีเป้าหมายคือกำนันลอย เพราะอ่างคิดว่ากำนันลอยอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ความรักของหินกับฝนจึงกลายเป็นความแค้น หินจับฝนไปขังในป่าเพื่อล้างแค้นกำนันลอย

บุรุษลึกลับสวมหน้ากาก เป็นใครมาจากไหนไม่มีใครรู้ แต่มักจะโผล่มาช่วยหินทุกครั้งที่หินเข้าตาจน รวมทั้งช่วยเหลือกำนันลอยด้วย เคร่งและลูกน้องถูกสั่งให้ตามล่าบรุษลึกลับและตามฆ่าหินโดยไม่มีใครรู้สาเหตุว่าทำไมต้องฆ่าหินและครอบครัว แต่รู้ว่ามันเป็นคำสั่งจากบอส หลังการสืบทราบของหิน ทิม และบุรุษลึกลับ รวมทั้ง ผู้กำกับพงษ์ (ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) เจ้านาย จ่าเหล็ก พ่อของหิน พบว่าในอดีตจ่าเหล็กได้รับคำสั่งจากกรมตำรวจ ให้มาสืบเรื่องรายชื่อผู้ก่อการแบ่งแยกดินแดน โดยมีแม่ของชาดาร่วมมือด้วย ภายหลังทั้งคู่ถูกฆ่า และสมุดรายชื่อเล่มนั้นก็สาบสูญไป ทุกคนคิดว่าคนในครอบครัวหินต้องรู้ จึงหมายจะฆ่าปิดปากทั้งหมด

กำนันลอยไม่ใช่เป็นคนเลวอย่างที่ทุกคนเข้าใจ เขาจำใจเป็นลูกน้องของเสี่ยสมเกียรติ แต่เขาจะไม่ยอมขายชาติจึงถูกบอสสั่งเก็บ ทำให้ฝนกับหินต้องร่วมมือกันสืบหาความจริง รวมทั้งเกสรา ทิม ลม และชาดา ก็ร่วมมือกันปฎิบัติงานในครั้งนี้ สาเหตุที่ลมหายจากบ้านไป 5-6 ปี เพื่อไปเรียนจนจบนักเรียนนายร้อยทหารบก ส่วนทิมเป็นนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอก แต่ปลอมตัวมากับจ่าประดับ เพื่อมาปฏิบัติการครั้งนี้ การบุกทลายรังของบอสจึงเริ่มขึ้น ในที่สุดก็พบว่าผู้ใหญ่แสงและผู้กำกับพงษ์ คือคนประสานงานการทำงานทั้งหมด เสี่ยสมเกียรติและเรืองเป็นเบี้ยตัวเล็กๆที่ถูกหลอกใช้ สุดท้ายเสี่ยสมเกียรติยอมมอบตัว ทางราชการได้รายชื่อพวกแบ่งแยกดินแดนไปขยายผลจับกุม

ใคร…??? คือบอสตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังเรื่องเลวร้ายทั้งหมด ใคร…??? คือบุรุษลึกลับภายใต้หน้ากาก

เรื่องย่อแม่อายสะอื้น

ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม

ดูแม่อายสะอื้นย้อนหลังทุกตอน

คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน

ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน

ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก

เมื่อไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด

ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล นมน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง

เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน

ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ

ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ให้จำนวนหนึ่งด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้

คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตา ทอนสืบรู้จากป้าบัวว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนห่างเหินไม่ได้มาดูแลครอบครัวดาวนิลเหมือนเมื่อก่อน แต่ด้วยความรักและเป็นห่วงกลัวดาวนิลเสียชื่อ ทอนจึงให้เงินปิดปากป้าบัว ไม่ให้แพร่งพรายเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้

ดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็หลอกให้ดาวนิลกินยาขับเลือดโดยบอกว่าเป็นยาแก้ปวดท้อง จนดาวนิลปวดท้องหนัก เป็นโอกาสที่ทำให้วิไลหลอกพาดาวนิลไปคลีนิคทำแท้งเถื่อนจนได้

ตำรวจบุกทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลอยู่ที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงานหวังเอาหน้า แต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน แกล้งใช้ดาวนิลสารพัดให้ทำงานหนักมากมาย จนในที่สุดดาวคลอดลูกก่อนกำหนด

ลูกของดาวนิลออกมาเป็นเด็กพิการ ดาวนิลเสียใจว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่ทันคน ถูกหลอกให้กินยาทำแท้ง แถมยังต้องกินเหล้าตอนทำงานในช่วงตั้งท้อง แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้

ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวแต่เอาเวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน

ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ทิ้งไป เลยสงสารเอาเด็กมาเลี้ยงเอง คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก ดาวนิลเองก็ตั้งใจว่าจะไม่กลับกรุงเทพแล้วเช่นกัน

เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป ประกอบกับเจอลูกค้าต่อว่าว่าที่ร้านฝีมือตก งานไม่ดีเหมือนช่างคนเก่าที่ออกไป คุณนายเลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงานโดยเสนอเงินเพิ่มให้ แต่ดาวนิลปฏิเสธ

ดาวนิลเจอทอนต่อว่าเรื่องไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ แถมยังหลอกทุกคนเรื่องลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ทอนผู้ซึ่งน่าจะเข้าใจเธอมากที่สุดมองเธอเปลี่ยนไป ป้าบัวเสียไพ่อย่างหนัก จึงเห็นช่องทางหาเงินเมื่อรู้ว่าดาววนิลกลับมาจากกรุงเทพ ป้าบัวทำทีไปหาคำปันที่บ้านและพูดจาเหมือนจะบอกความจริงให้คำปันรู้ต่อหน้าดาวนิล ดาวนิลเห็นท่าไม่ดีเลยถามป้าบัวว่าจะเอาเงินเท่าไร

ดาวนิลไม่รู้จะหาเงินมาให้ป้าบัวยังไง ประกอบกับเสียใจเรื่องทอน จึงตัดสินใจจะกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ก่อนให้กับช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานหาเงินใช้หนี้และเก็บเงินกลับมาแม่อาย มาพาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเอง

ดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ที่มายืมเสื้อที่ร้านคุณนายติ๊ดไปใช้ หลิวหลิวชักนำให้ดาวนิลไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพล ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก

จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกวิถีทาง

ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เพราะโดนหลิวหลิวแอบบล็อกเบอร์เพราะกลัวว่าประวัติที่แท้จริงของดาวนิลจะถูกเปิดเผย ช่อเอื้องจึงได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี จนจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงลงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับนมน้อยและพี่น้อง แต่คนที่ดาวนิลได้เจอคนแรกกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย

คำปันเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนเห็นดาวนิลในทีวีจึงแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามหาดาวนิลที่กรุงเทพ

ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย จนโดนวัยรุ่นกระชากกระเป๋าและได้ วรรณามาช่วยไว้ วรรณาเห็นใจช่อเอื้องจึงอาสาช่วยตามหาพี่สาว ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ แต่เพราะมีนักข่าวมากมาย และทรงพลอยู่ด้วย ดาวนิลจึงทำเป็นไม่รู้จักช่อเอื้อง และรีบขึ้นรถทรงพลออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ ช่อเอื้องเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของทรงวุฒิชนเข้า

ทรงวุฒิพาช่อเอื้องไปหาหมอเทวัญที่โรงพยายาลเพื่อรักษา ช่อเอื้องจึงรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายของหมอเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและดาวนิลสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว

เวลาผ่านไปหลายปี จนกลองโตอายุประมาณ6ขวบ คำปันที่ตอนนี้ตาบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ กลองสงสารตาเลยแอบอาสาพาตาไปกรุงเทพ โดยไปขอที่อยู่ของวิไลจากป้าบัว เพราะคิดว่าดาวนิลยังทำงานอยู่กับวิไล แต่ป้าบัวกลับให้ที่อยู่มั่วๆไป เมื่อคำปันกับกลองมาถึงกรุงเทพจึงตามหาที่อยู่นั้นไม่เจอ จนโดนโจรขโมยกระเป๋า ไม่มีทั้งเงินและเสื้อผ้า คำปันต้องเร่ร่อนพากลองไปนอนตามใต้สะพานและไปขอทานตามตลาดนัด ช่อเอื้องเมื่อรู้ว่าพ่อและหลานหายไปก็รีบตามคำปันมาที่กรุงเทพและออกตามหาจนเจอ จากการช่วยเหลือของวรรณาและทรงวุฒิ

คำปันยืนยันไม่ยอมกลับแม่อายจนกว่าจะหาดาวนิลเจอเพราะเป็นห่วงลูกสาว วรรณาจึงพาทั้ง3ไปอาศัยอยู่ที่บ้านตัวเอง ช่อเอื้องต้องออกหางานทำ ทรงวุฒิที่แอบชอบช่อเอื้องอยู่ เสนอให้ไปทำงานที่บ้าน เนื่องจากอยากให้ช่อเอื้องอยู่ใกล้ๆ นมน้อยให้ช่อเอื้องไปช่วยดูแลบ้านเทวัญที่อยู่ในรั้วเดียวกันแทน เพราะดูออกว่าทรงวุฒิชอบช่อเอื้อง ดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้านนี้ เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย

ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อนมน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน นมน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูดอะไร ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญว่าดาวนิลเป็นพี่สาว เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป นมน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง

ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน นมน้อยสงสารจึงให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่พิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกอย่างมากจนอยากจะบอกความจริงกับทุกคน แต่หลิวหลิวก็ห้ามไว้ได้ทุกครั้ง

เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา

ทรงวุฒิพยายามแสดงความสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมของทรงพลที่ทะเล ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้ว ในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกันที่แม่อาย ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญกับทรงพลมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีก

พอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก นมน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิล ช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย

ช่อเอื้องกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้

ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ดและจิดาภา เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางบ้านทรงพล แต่วิไลตัดสินใจบอกความจริงเรื่องที่กลองเป็นลูกที่เกิดจากการที่ดาวนิลมาขายตัวที่กรุงเทพให้ช่อเอื้องกับคำปันรู้ คำปันเสียใจมากจนถึงกับทรุด

คำปันได้ยินหมอเทวัญกับช่อเอื้องคุยกันเรื่องดาวนิลโดยบังเอิญ จึงรู้ความจริงว่าคุณดาวนิลที่ตนพูดด้วยมาตลอด คือลูกดาวนิลของตน คำปันเสียใจมากจนล้มป่วย แต่ด้วยหัวใจของพ่อที่รักลูกอย่างสุดซึ้ง คำปันตัดสินใจทำเป็นยังไม่รู้ความจริง และหลอกช่อเอื้องว่าอยากรีบกลับแม่อายแล้ว เพราะกลัวคนอื่นรู้ความจริงแล้วจะทำให้ดาวนิลเสื่อมเสีย

ก่อนจะกลับแม่อาย คำปันมีปากเสียงกับช่อเอื้องจนพลาดตกน้ำ ดาวนิลมาเห็นเข้าพอดีก็ตกใจเผลอหลุดปากเรียกพ่อ ทรงพลซึ่งอยู่ตรงนั้นได้ยินก็เอะใจ จึงถามความจริงกับดาวนิล ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไงจึงจำใจบอกความจริงทั้งหมดกับทรงพลทั้งน้ำตา ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ดาวนิลดูถูกความรักของเขาเกินไป ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเปลือกนอก แต่เขารักคนที่ความดี ไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่เหลียวแลพ่อตัวเองเช่นนี้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลทรุดลงร้องไห้แทบขาดใจ

ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า ไม่มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด คำปันหนีกลับแม่อายไปกับช่อเอื้องและกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ จนตรอมใจตายในที่สุด ดาวนิลทนต่อความรู้สึกผิดไม่ไหว จึงตัดสินใจกลับไปหาพ่อที่แม่อาย แต่เมื่อดาวนิลมาถึงบ้านก็พบแต่บ้านที่ว่างเปล่า ทอนมาเจอดาวนิลโดยบังเอิญจึงบอกให้ดาวนิลรู้ว่าคำปันเสียแล้ว ดาวนิลเสียใจมากรีบตามไปที่ขบวนแห่ศพ

ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปที่รถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่ง ขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณร เป็นคนเดินนำแม่เข้าไปที่งาน เทวัญมาเตือนสติทรงพล ว่าให้ให้อภัยดาวนิล แต่ทรงพลยังทำใจไม่ได้ เทวัญตัดสินใจตามไปร่วมงานศพคำปันที่แม่อายคนเดียว

ในที่สุดทรงพลตัดสินใจให้อภัยดาวนิลและเดินทางตามมาที่งานศพพร้อมแหวนหมั้น เขารู้ใจตัวเองแล้วว่ารักดาวนิลมากแค่ไหน ทรงพลอยากจะลืมเรื่องเลวร้ายทั้งหมดและสร้างครอบครัวใหม่กับดาวนิล ที่หน้าเชิงตะกอน ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่อให้อภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามที่สุดในชีวิตหาใครเหมือน

ดาวนิลรำดาบอย่างสวยงามที่สุด ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้บอกพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของทรงพล ทรงพลเสียใจมากกอดสามเณรกลองที่เป็นลูกของตัวเองไว้เป็นครั้งแรก ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของทุกคน

เรื่องย่อคุณชายเลี้ยงหมูคุณหนูเลี้ยงแกะ

ดูย้อนหลังละครเรื่อง คุณชายเลี้ยงหมูคุณหนูเลี้ยงแกะ ทุกตอน

เรื่องย่อ…ไผ่พญา (ไปรยา สวนดอกไม้) หรือที่คนในวงการเรียกกันว่า จูเลีย อ๊ะๆ ไม่ใช่วงการบันเทิงหรอก วงการที่ว่าคือ ดิออร์แกน คอกเทลเลาจ์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟนั่นเอง ผู้คนที่เข้ามาถ้าไม่ใช่นักการเมืองก็ต้องเป็นพวกมหาเศรษฐีเท่านั้น ไผ่พญาถือเป็นดาวและเป็นแม่เหล็กของที่นี่ เศรษฐีทุกคนต่างอยากได้ตัวของไผ่พญาทั้งนั้น แต่ทุกคนก็ต้องเกรงอกเกรงใจ สมสุข…(โอริเวอร์ บีเวอร์) เศรษฐีที่ร่ำรวยจากการส่งออก แต่ใครๆ ก็รู้ว่าเบื้องหลังของเขา คือ เจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่ที่มีเครือข่ายตั้งแต่เหนือสุดจนใต้สุดของประเทศไทย ไผ่พญาอยากจะเปลี่ยนชื่อสมสุขเป็นสมสู่จริงๆ เพราะที่สมสุขมาเที่ยวทุกคืนก็เพราะอยากได้ไผ่พญาเป็นเมียเก็บอีกคน แต่ไผ่พญาก็รู้ทันพวกผู้ชาย แล้วใครๆ ก็รู้ว่าไผ่พญานั่นแหละเป็นปลาไหลตัวแม่เลยทีเดียว เพราะอย่างนี้ไผ่พญาถึงยังทำงานเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ได้ โดยที่ไม่เคยพลาดท่าใคร จนกระทั่งคืนนี้ ความเหลืออดของสมสุขถึงที่สุดยังไงคืนนี้เขาต้องได้เธอให้ได้ สมสุขจึงได้ให้บรรดาลูกน้องล้อมหน้าล้อมหลังพาไผ่พญาไปยังบ้านเขา ไผ่พญาตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ยังดีที่เธอพกยานอนหลับอย่างแรงเอาไว้ติดตัวเผื่อฉุกเฉินเสมอเรื่องย่อคุณชายเลี้ยงหมูคุณหนูเลี้ยงแกะ

สมสุขนอนยิ้มกริ่มหลับไปไม่รู้ตัว ไผ่พญามองแล้วยี้ปากว่าคนอย่างสมสุขไม่มีทางได้แอ้มเธอแน่ ก่อนที่ไผ่พญาจะเห็นสร้อยทองมีจี้เป็นแท่งสี่เหลี่ยมที่คอของสมสุข ไผ่พญาจึงขอมาเป็นค่าเปลืองเนื้อเปลืองตัวของเธอสำหรับคืนนี้ หรือเรียกง่ายๆ ว่าตบทรัพย์นั่นเอง ไผ่พญากำลังจะย่องหนีออกมา แต่แล้วเสียงปืนหลายสิบนัดก็ดังสนั่นหวั่นไหว ไผ่พญาตกใจก่อนจะเห็นกลุ่มชายชุดดำหลายคนบุกเข้ามาในบ้านของสมสุขแล้วฆ่าลูกน้องของสมสุขจนเกลี้ยงตับ ไผ่พญาพยายามปลุกสมสุขแต่สมสุขก็ไม่รู้สึกตัว ขณะที่ไผ่พญาเองก็ได้ยินเสียงเท้าคนเดินเข้ามาใกล้ทุกที ไผ่พญารีบหลบเข้าไปในตู้เสื้อผ้า แล้วสิ่งที่เธอเห็นจากรอยแยกที่ประตูตู้เสื้อผ้าก็ คือ มือที่ใส่ถุงมือดำกำลังลั่นไกใส่สมสุข เธอไม่เห็นว่าใครเป็นคนที่ใส่ถุงมือนั้น แต่คนที่เธอเห็นหลังจากไอ้มือดำนั่นยิงสมสุขก็คือ พายัพ (สาริน บางยี่ขัน) ที่กำลังมองร่างไร้วิญญาณของสมสุขอย่างสะใจ ระหว่างนั้นลูกน้องต่างเข้ามารายงานว่าไม่พบสิ่งที่หา แต่แล้วเสียงของไอ้มือดำก็ดังขึ้น ว่ายังมีผู้หญิงอยู่ที่นี่ พายัพหันไปมองก็เห็นรองเท้าของไผ่พญา ไผ่พญาที่หลบอยู่ในตู้รีบสวดมนต์เป็นการใหญ่ แล้วก็เหมือนคำสวดมนต์จะได้ผล เมื่อเสียงรถหวอตำรวจดังมาแต่ไกล พายัพจึงได้บอกทุกคนให้รีบหนีกันก่อน

ไผ่พญากลับมาบ้านอย่างอกสั่นขวัญแขวน ก่อนที่ ลำไย…(ณหทัย พิจิตตรา) แม่บังเกิดเกล้าผู้เอาแต่กินเหล้ากับเล่นไพ่ พอเห็นไผ่พญาก็ไม่วายขอเงินอีก แล้วยิ่งเห็นไผ่พญาใส่สร้อยทองที่เพิ่งได้จากสมสุขมาก็อยากขอไปทำทุน แต่ไผ่พญากลับรู้สึกผิดจากการที่ทำให้สมสุขต้องตาย ถ้าเธอไม่ใช้ยานอนหลับ บางทีเขาอาจจะหนีพ้นแล้วก็ได้ ไผ่พญาปฏิเสธที่จะให้สร้อยกับลำไย ถึงแม้เธอจะรักแม่ขี้เมาแค่ไหนแต่เธอให้สร้อยเส้นนี้กับใครไม่ได้

ข่าวการเสียชีวิตของสมสุขดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ไผ่พญาลังเลว่าควรจะนำเรื่องนี้ไปบอกกับตำรวจดีมั้ย ไผ่พญาคิดไม่ตกเพราะถ้าทำอย่างนั้นก็เหมือนพาตัวเองเข้าไปสู่อันตราย ไผ่พญาจึงทำตัวเงียบแล้วไปทำงานตามปกติ ทันทีที่ถึง ขิง…(ทศพร รถกิจ) บาเทนเดอร์ชายเพื่อนจอมแสบ กับ กระดังงา…(คีตภัทร อันติมานนท์) แฟนสาวที่คอยหาเรื่องหาราวให้กับไผ่พญาตลอดเวลา รีบมาบอกไผ่พญาว่ามีคนมารอพบไผ่พญา ดูท่าจะเป็นเสี่ยกระเป๋าหนักกว่าสมสุขอีก ไผ่พญาคิดว่าหลังพายุฟ้าย่อมแจ่มใสเสมอ แต่ไผ่พญากลับคิดผิด เพราะคนที่มารอพบเธอคือ พายัพ นั่นเอง ไผ่พญารีบหนีออกมาแล้วได้รู้ว่าที่พายัพมาหาเธอเพราะคิดว่าเธอต้องรู้อะไรที่สมสุขให้ไว้กับเธอก่อนตาย ไผ่พญาหนีรอดจากการไล่ล่าของพายัพมาได้ แต่ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้ เมื่อไผ่พญาได้ยินข่าวในโทรทัศน์ว่า ขณะนี้ทางตำรวจกำลังตามหาหญิงสาวที่อยู่กับสมสุขก่อนตาย ซึ่งคาดว่าจะเป็นนกต่อให้มือปืนเข้ามาฆาตกรรมสมสุข

พระเจ้า !!! ไผ่พญาถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ ทำไมเธอถึงได้ซวยขนาดนี้ ไผ่พญาคิดสะระตะแล้ว เธออยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้เด็ดขาดจึงได้รีบกลับไปบอกลำไยให้ย้ายที่อยู่ แต่ลำไยไม่ยอมเพราะถ้าย้ายแล้วเธอจะเข้าบ่อนที่ไหน ไผ่พญาไม่อยากทิ้งลำไยเอาไว้คนเดียว ระหว่างนั้นขิงกับกระดังงามาหาไผ่พญาแล้วเล่าเรื่องพายัพอาละวาดจนที่ทำงานพังยับ ทั้ง 2 คาดคั้นไผ่พญาว่าไปทำอะไร พายัพถึงได้อยากเจอตัวไผ่พญาขนาดนี้ ไผ่พญาบอกไม่ได้เพราะไม่อยากให้เพื่อนเดือดร้อน ไผ่พญาจึงตัดสินใจจะไปจากที่นี่ซักพักให้เรื่องเงียบก่อน ก่อนที่ไผ่พญาจะฝากฝังลำไยให้กับเพื่อนรักทั้ง 2 ช่วยดูแล

วันรุ่งขึ้นไผ่พญารีบขึ้นรถทัวร์หวังจะไปให้ไกลที่สุด เป้าหมายของเธอ คือ ภูเก็ตเพราะเธอคิดจะหางานทำพร้อมกับหลบซ่อนตัวไปพลางๆ แต่แค่นครปฐม ไผ่พญาก็ต้องเจอกับตำรวจที่ตั้งด่านตรวจซะแล้ว ไผ่พญารีบหาทางเอาตัวรอดทันที ไวเท่าความคิด ไผ่พญารีบคว้ากระเป๋าจะลงจากรถ แต่ก็ไม่ทัน เมื่อไผ่พญาได้พบกับ ชาติกล้า…( อัศนัย เทียนทอง) สารวัตรมือปราบที่เรียกไผ่พญาเอาไว้ ไผ่พญาหน้าซีดเพราะถ้าตรวจกระเป๋า จะต้องรู้แน่ๆ ว่าเธอคือใคร แต่แล้วไผ่พญาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าในกระเป๋าของเธอมีแต่หนังสือต่างๆ พร้อมกับจดหมายแนะนำตัวว่าตัวเองเป็นครู ระหว่างนั้นตำรวจที่ตรวจค้นบนรถรีบเข้ามาแจ้งว่าพบหญิงสาวผู้ต้องสงสัยแล้ว ไผ่พญาหันไปก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงที่นั่งข้างๆ เธอ ในมือมีกระเป๋าที่เหมือนของเธอ ใช่แล้ว ! เพราะกระเป๋าของเธอกับกระเป๋าของผู้หญิงคนนั้นดันเหมือนกัน จึงทำให้ไผ่พญารอดพ้นจากการจับกุมของชาติกล้ามาได้อย่างหวุดหวิด

ไผ่พญาดูจดหมายแนะนำตัวก็ได้รู้ว่าคุณครูที่โดนจับแทนเธอไปนั้นกำลังจะไปที่ฟาร์มสุข แล้วสมองอันฉลาดแกมโกงของไผ่พญาก็ทำงานทันที เพราะถ้าเธอเนียนเป็นครูแล้วหลบอยู่ในฟาร์มสุขไปเรื่อยๆ ก็ดีเหมือนกัน แล้วนั่นไผ่พญาจึงได้มุ่งหน้าไปสู่ฟาร์มสุขทันที

แต่ยังไม่ถึงที่ฟาร์มสุข ไผ่พญาก็มีปัญหาซะแล้ว เมื่อเจ้ารถสองแถวดันเสียกลางทางทำให้เธอต้องลงเดินเท้า แต่ก็เหมือนมีรุกขเทวดาได้ส่ง ตะวันฉาย…(พูลภัทร อัตถปัญญาพล) ปศุสัตว์อำเภอหนุ่มรูปงามเข้ามาช่วย ไผ่พญาดีใจเมื่อรู้ว่าตะวันฉายกำลังจะไปที่ฟาร์มสุขพอดี เธอจึงได้ขออาศัยติดรถตะวันฉายไปด้วย โดยไม่รู้เลยว่าระยะทางและระยะเวลาจากกลางทางถึงฟาร์มสุข ได้ทำให้ตะวันฉายประทับใจในตัวของไผ่พญาจนกลายเป็นรักแรกพบของชายหนุ่มก็ว่าได้

เมื่อมาถึงฟาร์มสุข ไผ่พญาก็ต้องอึ้งไปเพราะฟาร์มสุขที่ทำให้เธอคิดภาพเหมือนกับสวรรค์ แต่ที่จริงแล้วมันคือฟาร์มเลี้ยงหมูที่มีกลิ่นขี้หมูลอยอบอวลนั่นเอง ไผ่พญาตัดสินใจใหม่ว่าเธอคงอยู่ดมกลิ่นขี้หมูนี่ทุกวันไม่ได้แน่ จึงได้ค่อยๆ ย่องออกมา แต่แล้วไผ่พญาก็ได้พบกับชายคนหนึ่งกำลังทำลับๆ ล่อๆ อยู่ ก่อนจะร้องโวยวายทำให้คนภายในฟาร์มสุขต่างตกใจ แต่แล้วสิ่งที่ไผ่พญาคิดว่าตัวเองต้องได้รับความดีความชอบก็กลับตาลปัตร เมื่อชายคนที่เธอเพิ่งเอาไม้ฟาดหัวไปนั่นคือ ภูวนัย…(ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์) ผู้ที่ว่าจ้างเธอนั่นเอง และทำให้ เผ่าพงศ์ …(กฤตย์ อัทธเสรี) ผู้เป็นพ่อที่มีอาการอัลไซเมอร์หัวเราะเอิ้กอ้ากชอบใจ ยังดีที่ ปลายฟ้า…(กรรณาภรณ์ พวงทอง) หมอสาวแสนสวยประจำตัวเผ่าพงศ์อยู่ด้วย จึงช่วยปฐมพยาบาลภูวนัย ส่วน พรรษา…(ไปรมา รัชตะ) แม่บ้านประจำตระกูลกลับไม่พอใจทันที ยิ่งมารู้ว่าไผ่พญา คือ ครูคนใหม่ที่จะมาสอนกริยามารยาทให้กับเด็กๆ ก็ยิ่งทำให้พรรษากลัวว่าจะยิ่งทำให้เด็กๆ ห่างจากความรู้มากขึ้นไปอีก ไผ่พญาที่ชอบเอาชนะคนอยู่แล้วจึงได้ท้าพนันกับภูวนัยว่า ถ้าหากเธอไม่สามารถสอนเด็กๆ ได้ เธอยินดีที่จะจ่ายเงินคืนให้เป็น 2 เท่า ที่ไผ่พญาพูดออกไปอย่างนั้นเพราะเธอไม่ชอบสายตาและความไว้ตัวที่ออกไปทางหยิ่งของภูวนัยนั่นเอง

เสกสรร …(ถนอม สามโทน) เจ้าของรีสอร์ทที่อยู่ข้างๆ ฟาร์มสุขของภูวนัย เสกสรรเป็นไม้เบื่อไม้เมากับภูวนัยมาตลอด เพราะกลิ่นขี้หมูที่ลอยมาจากฟาร์มของภูวนัย ทำให้ไม่มีแขกเข้ามาพักที่รีสอร์ทของเสกสรร เสกสรรจึงได้พยายามหาทางที่จะฮุบหรือไม่ก็เอาไอ้ฟาร์มหมูออกไปให้ได้

ไผ่พญาอยากจะตบปากตัวเองซักสองสามฉาดที่ดันไปท้าพนันกับภูวนัยเอาไว้ เพราะเพียงวันแรกที่เธอได้พบเด็กๆ เพราะดูแล้วท่าทางแสบกันทุกคน ม่านหมอก…(อังคณา วรรัตนชัย) พี่สาวคนโตวัย 15 ขวบนั้นราวกับถอดแบบมาจากนักร้องดังเมืองปลาดิบ ม่านเมฆ…(ชินพรรธน์ กิตติชัยวรางค์กูร) น้องชายคนเล็กวัย 10 ขวบ แสนซนและคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ 2 พี่น้องสุดป่วนก็เล่นงานไผ่พญาเข้าให้เพียงแค่วันแรกที่เจอแต่ไผ่พญาก็หาได้ยอมแพ้ จะให้ยอมได้ยังไงก็ในเมื่อพนันกับภูวนัยไปแล้วนี่

ไผ่พญาคิดหาวิธีการรับมือต่างๆ นานา รวมถึงการสอนแบบคุณครูจำแลง ไผ่พญาจึงได้นำเด็กๆ ไปที่เล้าหมู ที่นั่นทำให้เธอได้พบกับ ผจญ…(ชวนภ โพธิ์ประเสริฐ) หนุ่มชาวอีสานบ้านเฮา ที่มาลงหลักปักฐานที่นี่ เพราะความหลงใหลในกลิ่นขี้หมู แก้วใจ…สาวชาวใต้ผู้แสนจะเรียบร้อย และคนงานอีกจำนวนนึง ทุกคนล้วนแต่เป็นคนร่าเริงสนุกสนานพูดจาเป็นมิตร จะมีก็แต่ พรรณราย…(สิริลภัส กองตระการ) ลูกสาวสุดรักสุดหวงของเสกสรร ผู้มีใจให้กับภูวนัยอย่างเต็มที่แม้ว่าจะถูกเสกสรรสั่งห้ามยุ่งเกี่ยว แต่เรื่องหัวใจมันห้ามกันได้ยังไง พรรณรายมักจะไปมาหาสู่ เรียกว่าเข้ามาจีบภูวนัยที่ฟาร์มสุขแทบทุกวัน นั่นเองจึงทำให้พรรณรายได้พบไผ่พญา พรรณรายวางท่ารังเกียจไผ่พญาตั้งแต่แรกเห็น จะว่าไปไม่ใช่ไผ่พญาหรอกที่เป็นคนแรกที่พรรณรายตั้งท่ารังเกียจรังงอนใส่ แต่พรรณรายจะปฏิบัติตัวเป็นปรปักษ์กับผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ภูวนัย เพราะเธอถือคติว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เพราะรักแท้มักแพ้ระยะทาง

ภูวนัยถูกพักราชการเนื่องจากทำงานผิดพลาดหลายครั้ง ทำให้ไผ่พญาได้เจอภูวนัยที่ฟาร์มบ่อยขึ้น ไผ่พญารู้สึกประทับใจในความคิดของภูวนัยที่เอาหมูออกมาเลี้ยงในทุ่งโล่งเหมือนวัว และความสวยงามของฟาร์มที่เหมือนรีสอร์ตเลยทีเดียว แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าความสวยนั้นกลับปราศจากความมีชีวิตชีวา จนเธอพาลนึกไปถึงภูวนัยที่หน้านิ่งเป็นหินไร้ความรู้สึกตลอดเวลา

ไผ่พญาแอบติดต่อกลับไปหาขิงและกระดังงาเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของผู้เป็นแม่ ทั้ง 2 พยายามถามหาที่อยู่ของไผ่พญา แต่ไผ่พญาไม่บอกเพราะเธอไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่ไปได้อีกนานแค่ไหน ทันทีที่ไผ่พญาวางสาย จึงได้เห็นว่าพายัพกับลูกน้องกำลังจับตัวขิงและกระดังงาเอาไว้เพื่อรีดความลับจากไผ่พญา

ไผ่พญาต้องทนอยู่กับคนหน้ายักษ์ (ภูวนัย) ไปจนกว่าเรื่องจะเงียบลง การปฏิบัติหน้าที่ครูจำเป็นจึงได้เริ่มขึ้น ครั้งนี้ไผ่พญาตั้งรับสถานการณ์ได้ดี แม้ว่าเด็กๆ จะพยศกับเธอแค่ไหน ไผ่พญาเริ่มจับความชอบของเด็กๆ แต่ละคน แล้วไผ่พญาก็ได้มารู้ว่าม่านหมอกนั้นแอบชอบตะวันฉาย เมื่อไผ่พญาจับจุดของม่านหมอกได้ ทำให้ไผ่พญาเปลี่ยนจากครูสอนหนังสือเป็นการสอนจริตหญิงเพื่อให้ผู้ชายชอบ โดยไม่รู้เลยว่าผจญหนุ่มคนงานเองก็แอบชอบม่านหมอกเช่นกัน

ขณะเดียวกันไผ่พญาก็ต้องตกใจเมื่อได้พบชาติกล้ามาปรากฏตัวที่ฟาร์มสุข ชาติกล้าสงสัยในอาการลุกลี้ลุกลนของไผ่พญา ไผ่พญากำลังตกที่นั่งลำบาก แต่แล้วปลายฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้นช่วยเธอเอาไว้ เพียงแค่ชาติกล้าพบปลายฟ้า อาการของชาติกล้าก็เปลี่ยนไปทันที ไผ่พญามองชาติกล้ากับปลายฟ้าปราดเดียวก็รู้ว่าชาติกล้านั่นชอบปลายฟ้าอยู่ แต่แท้ที่จริงแล้วปลายฟ้าแอบชอบภูวนัยมาตั้งแต่เด็ก โดยที่เธอ ชาติกล้า และภูวนัยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ยังเล็กนั่นเอง จนกระทั่งภูวนัยได้พบรักกับเหมือนฝัน และทั้ง 2 ทำท่าจะแต่งงานกัน แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่และทำให้เหมือนฝันจากไปอย่างไม่วันกลับ ภูวนัยเปลี่ยนไปตั้งแต่นั้น ปลายฟ้ารู้ดีว่าภูวนัยยังจดจำความรักครั้งนั้นอยู่ เช่นเดียวกับปลายฟ้าที่เธอเองก็ยังคงความรู้สึกนั่นอยู่เช่นเดิม ชาติกล้าเองก็ได้แต่เก็บความรู้สึกของตัวเองที่แอบชอบปลายฟ้าเอาไว้เช่นกัน

หลังจากภูวนัยถูกพักราชการ ชาติกล้าก็ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าหน่วยแทนภูวนัย แม้จะอยู่ที่ฟาร์ม แต่ภูวนัยก็ติดตามข่าวของพายัพที่ขึ้นมามีอิทธิพลแทนที่สมสุขที่ตายไปโดยตลอด ภูวนัยไม่เห็นด้วยกับชาติกล้าที่แถลงข่าวว่าในหน่วยมีหนอนบ่อนไส้ และคนๆ นั้นคือ พ.ต.อ. มารุต (นึกคิด บุญทอง) ซึ่งเป็นหัวหน้าของทั้ง 2 คน ภูวนัยตัดสินใจเข้ากรุงเทพแล้วขอคุยกับชาติกล้าว่าตนเองจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของมารุตให้ได้ เมื่อชาติกล้าไม่สามารถหยุดภูวนัยได้ จึงตัดสินใจเปิดเผยว่า ตัวเขาเองต่างหาก คือ หนอนบ่อนไส้คนนั้น ภูวนัยและชาติกล้ายิงต่อสู้กัน ภูวนัยพลาดท่าถูกยิงตกน้ำไป

คืนนั้น…หลังจากที่ภูวนัยถูกชาติกล้ายิงตกน้ำแล้ว ภูวนัยรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ เพราะได้พลเมืองดีช่วยเอาไว้ ไผ่ตกใจเมื่อเห็นข่าวว่าภูวนัยถูกยิง รีบเดินทางไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล แล้วก็ได้พบว่าภูวนัยที่ยังไม่ได้สติกำลังตกอยู่ในอันตราย ตอนนี้ไผ่พญาคิดออกอย่างเดียวว่าคนที่จะช่วยภูวนัยที่กำลังบาดเจ็บสาหัสได้ คือ ตัวเธอเองเท่านั้น เมื่อชาติกล้ารู้ว่ายังกำจัดภูวนัยไม่ได้ จึงต้องรีบให้ข่าวว่าภูวนัยเป็นตำรวจเลว ร่วมแก๊งกับพายัพเพื่อค้ายาเสพติด ไปจนถึงการตายของมารุตที่ชาติกล้าก็โยนความผิดว่าเป็นฝีมือของภูวนัย

หลังจากภูวนัยเริ่มรู้สึกตัว สิ่งแรกที่ภูวนัยนึกได้ นั่นคือ การแก้แค้นชาติกล้า แต่เพราะสภาพร่างกายของเขายังไม่พร้อมทำให้ภูวนัยต้องพักรักษาตัวโดยมีไผ่พญาคอยดูแล ด้วยความใกล้ชิดทำให้ภูวนัยกับไผ่พญาเริ่มมีใจให้กัน ไผ่พญาแปลกใจที่ภูวนัยลืมความรักที่เขามีให้กับเหมือนฝันแล้วเหรอ ภูวนัยจึงเล่าความจริงให้ไผ่พญาฟังว่าชาติกล้าบอกความจริงกับเขาก่อนที่ชาติกล้าจะยิงเขา ว่าเหมือนฝันเป็นลูกสาวของเสี่ยเกี๊ยะ…พ่อค้ายารายใหญ่จากภาคอีสาน ถูกส่งมาให้ประกบความเคลื่อนไหวของภูวนัยเพื่อประโยชน์ในการส่งข่าวให้กับผู้เป็นพ่อ จนกระทั่งเสี่ยเกี๊ยะเกิดการหักหลังกับสมสุข สมสุขจึงให้ชาติกล้าไปฆ่าเหมือนฝันเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู ไผ่พญารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของภูวนัยที่โดนแม้กระทั่งคนรักหักหลัง ภูวนัยเป็นห่วงทุกคนที่ฟาร์มสุข แต่ขณะนี้เขากำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ไผ่พญาจึงอาสากลับไปส่งข่าวที่ฟาร์มให้ พรรณรายเริ่มปะติดปะต่อได้ว่า ไผ่พญาปลอมตัวมาเป็นครู และกำลังจะแฉเรื่องของไผ่พญาว่าเป็นครูกำมะลอ จากหลักฐานที่เธอได้มานั่นเอง แต่มีหรือที่ไผ่พญาจะไม่รู้ทัน ไผ่พญาจึงจากมาก่อนที่พรรณรายจะเปิดโปงเธอ

แต่ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ภูวนัยรู้ความจริงว่าไผ่พญาเป็นใคร เขาโกรธไผ่พญาที่หลอกลวงเขาเหมือนคนอื่น แม้ว่าไผ่พญาพยายามจะบอกกับภูวนัยหลายทีแต่ก็ไม่มีโอกาส ภูวนัยจากมาด้วยความเสียใจ แต่สิ่งที่เขาต้องทำก่อนก็คือการแก้แค้นชาติกล้าและพายัพ ซึ่งตอนนี้ความเหิมเกริมของพายัพสร้างความไม่พอใจให้กับแม่เลี้ยงรัญญา …(ศิริพิชญ์ วิมลโนช) เจ้าแม่ผู้คุมเรื่องผิดกฎหมายทางภาคเหนือ / เสี่ยแคน …(ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) ผู้มากอิทธิพลทางภาคอีสาน / กำนันเต่า …(วีระชัย หัตถ์โกวิท) ผู้คุมธุรกิจทางด้านตะวันตกทั้งหมด / นายหัวคึก …(พิพัฒน์พล โกมารทัต) ผู้เป็นใหญ่ในภาคใต้ / ส่วนผู้ที่เคยคุมเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลก็คือสมสุขนั่นเอง ทั้ง 5 คนคือ ผู้คุมธุรกิจสีดำของประเทศไทยทั้งหมดโดยแบ่งการปกครองเป็นภาค และไม่ยุ่งเกี่ยวกัน เพราะทั้งอำนาจและเงินทอง ทั้ง 5 คนต่างก็ไม่มีใครยิ่งหย่อนไปกว่าใคร จนกระทั่งพายัพเด็ดหัวสมสุขแล้วขึ้นเป็นใหญ่แทน พายัพก็เริ่มคิดการใหญ่ พายัพเปิดโต๊ะคุยกับ 4 ผู้ยิ่งใหญ่ถึงผลประโยชน์ว่าเขาต้องการจะขอส่วนแบ่งเพิ่ม เมื่อโดนลูบคม บรรดาเจ้าพ่อเจ้าแม่ที่ยิ่งใหญ่ต่างก็พากันหัวเสีย ยกเว้นก็แต่นายหัวคึกที่ไม่ขวางทางน้ำที่กำลังเชี่ยวพร้อมกับ ล็อบบี้แม่เลี้ยงรัญญา เสี่ยแคนและกำนันเต่าให้เห็นด้วย แล้วนั่นเองพายัพเริ่มพาตัวขึ้นสู่จุดที่ตอนนี้แม้แต่เทวดาก็ห้ามไม่อยู่ พายัพกระจายยาเสพติดมากขึ้น เริ่มแผ่อิทธิพลมากขึ้นจนสังคมเริ่มกลายเป็นสังคมแห่งอาชญากรรม

ภูวนัยวางแผนลอบสังหารชาติกล้ากับพายัพ แต่เพราะตอนนี้ความแข็งแกร่งของพายัพและชาติกล้านั่นเกินกำลังของภูวนัย ทำให้ภูวนัยพลาดท่าอีกครั้ง ยังดีที่คราวนี้ภูวนัยได้รับการช่วยเหลือจากชายลึกลับคนนึงที่มาช่วยภูวนัยได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่ภูวนัยจะมารู้ทีหลังว่าเขาคือ พลตำรวจตรีอภิวัฒน์…(จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร) นายตำรวจผู้รักชาติเป็นที่สุด แล้วยังเป็นหัวหน้าของมารุตโดยตรง อภิวัฒน์เล่าให้ภูวนัยฟังถึงภารกิจและหน้าที่ของเขาว่า ตอนนี้บ้านเมืองกำลังแหลกเหลวเพราะยาเสพติดและสิ่งชั่วๆ มารุตได้รับมอบหมายให้ดึงภูวนัยมาร่วมงานแต่เสียดายที่พวกมันรู้ตัวเสียก่อนทำให้มารุตต้องตายไป อภิวัฒน์พร้อมหนุนสิ่งที่ภูวนัยต้องการทำเพราะมันคือการกำจัดคนชั่วเพื่อให้สังคมไทยกลับมาอยู่อย่างสงบอีกครั้ง ภูวนัยบอกกับอภิวัฒน์ว่าตอนนี้เราจะเอากำลังที่ไหนเพราะพายัพและ 4 เสือต่างก็มีอำนาจมากเหลือเกิน อภิวัฒน์จึงบอกภูวนัยว่ามีผู้ช่วยคนสำคัญที่จะมาช่วยภูวนัยนั่นก็คือ สมสุข นั่นเอง

ภูวนัยตกใจเมื่อเห็นสมสุขปรากฏตัวอีกครั้ง ภูวนัยปฏิเสธที่จะร่วมมือกับโจร อภิวัฒน์จึงบอกว่าการจะจับโจรต้องใช้โจรจับ สมสุขเองก็อาสาช่วยทุกอย่างเพราะเขาอยากเห็นสิ่งเดียวคือความย่อยยับของ ชาติกล้าและพายัพนั่นเอง

ภูวนัยเริ่มแผนการให้เสือกัดกันเองโดยการใส่ร้ายให้พวก 4 เสือเข้าใจผิดกันเอง สถานการณ์เริ่มบานปลายเพราะต่างก็ไม่มีใครยอมใคร พายัพเองก็หัวเสียที่อนาคตที่กำลังจะรุ่งกลับต้องวุ่นวาย แล้วพายัพก็เริ่มสงสัยว่าต้องมีคนวางแผนทำอย่างนี้ จนกระทั่งพายัพสืบรู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของภูวนัย

พายัพอาศัยวิธีที่โหดเหี้ยม นั่นก็คือการฆ่าเผ่าพงศ์ พายัพคิดว่าถ้าเผ่าพงศ์ตายภูวนัยย่อมต้องมางานศพของผู้เป็นพ่ออย่างแน่นอน แล้วก็จริงอย่างที่พายัพคิด ภูวนัยแอบมางานศพของเผ่าพงศ์ด้วยความเคียดแค้นที่สุด ชาติกล้าเองเพื่อต้องการกำจัดเสี้ยมหนามอย่างภูวนัยให้หมดไป จึงจับม่านเมฆกับม่านหมอกเป็นตัวประกัน ภูวนัยจะไม่ยอมให้ใครต้องตายเพราะเขาอีกจึงรีบไปช่วยหลานทั้ง 2 คน ขณะที่ภูวนัยกำลังจะพลาดท่าถูกพายัพเก็บ ไผ่พญา สมสุข และอภิวัฒน์ ก็มาช่วยไว้ได้ทัน

ภูวนัยนำข้อมูลลับทั้งหมดออกมาเปิดโปง โดยมีสมสุขเป็นพยานมัดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพ่อ เจ้าแม่ ตำรวจ นักการเมือง ข้าราชการชั่วทั้งหลายแหล่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับอำนาจมืดทั้งหลาย ภูวนัยได้รับเหรียญกล้าหาญที่นำความสงบสุขและชื่อเสียงของตำรวจกลับมาอีกครั้ง ส่วนบทสรุปของความรักหลายเส้าจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามได้ใน “คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ” ทุกวันพุธ และพฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี

เรื่องย่อคุ้งเสน่หา

ดูย้อนหลัง ละครเรื่อง คุ้งเสน่หา ทุกตอน ออกอากาศทาง ช่อง7เอชดี

เรื่องย่อ…ณ คุ้งน้ำลาดชะโด จ.พระนครศรีอยุธยา มารศรี (คริษฐา สังสะโอภาส) สาวสวยแห่งคุ้งน้ำลาดชะโด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ความสวยของเจ้าหล่อนเลื่องลือไปทั่วคุ้งน้ำ แต่ก็ยังไม่มีชายใดกล้าเข้าไปขายขนมจีบ เพราะต่างรู้ดีว่า แม่มารศรี ผู้เป็นลูกสาวของนาง ผ่องแผ้ว (สุปราณี เจริญผล) กับผู้ใหญ่ กุศล ผลบุญ (อนันต์ บุนนาค) แห่งบ้านลาดชะโดนั้น ปากคมยิ่งกว่ากรรไกร ผู้ชายขยาดหนีกันทั้งบาง จะมีก็เพียง วิชาญ (กฤษฎิ์สพล สุทธิหิรัญดำรงค์) พระเอกยี่เกหนุ่มหน้าหวานแห่ง “คณะดวงชีวัน ขวัญอยุธยา” เท่านั้น ที่แม่มารศรีตามตื๊อทุกเช้าเย็น ใช้คำหวานออดอ้อนให้พระเอกหนุ่มใจอ่อน แต่ก็ไม่เป็นผลสักที แถมยังทำให้ต้องมีเรื่องกับ “ดอกเอื้อง” (ศรันฉัตร์ มิตรชัย) นางเอกคณะลิเกอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดเรื่องขึ้นจนได้ เมื่อมารศรีรู้ว่าคณะลิเกดวงชีวันจะไปแสดงที่กรุงเทพฯ เจ้าหล่อนจึงแอบหนีออกจากบ้านพร้อมกับ นังจืด (ณัฐรินทร์ สุวรรณเลิศ) พี่เลี้ยงคนสนิท เข้าบางกอกเพื่อไปดูลิเกของพระเอกหนุ่มขวัญใจเรื่องย่อคุ้งเสน่หา

ที่บางกอกมารศรีได้เจอกับ อานนท์ (ณัฐพล ไรยวงค์) ตำรวจหนุ่มรูปหล่อ ลูกชายกำนัน เปลว (ตฤณ เศรษฐโชค) แห่งบ้านแพน เพื่อนสนิทของพ่อตัวเอง แต่ทั้งสองนั้นจำกันไม่ได้ เพราะเคยเจอกันตั้งแต่เด็กเมื่ออานนท์มาเรียนที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย เมื่อมารศรีได้เจอกับอานนท์ก็ไม่ถูกชะตาสักเท่าไหร่ แถมมีเรื่องกันจนถูกปากกรรไกรอย่างมารศรีเล่นงานเข้าให้ แต่ใครจะไปคิดว่าตำรวจหนุ่มอย่างอานนท์กลับติดใจสาวฝีปากกล้าอย่างมารศรี แถมยังมีเหตุบังเอิญเมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นในคณะลิเก อานนท์จึงต้องเดินทางมาที่ลาดชะโดเพื่อสืบคดี เขาปลอมตัวเป็น นายไม้ และได้มาทำงานที่บ้านผู้ใหญ่กุศล มารศรีเห็นอานนท์ก็สงสัยคุ้นหน้าว่าเหมือนเคยเจอที่ไหน แต่จืดที่ชอบไม้เข้าอย่างจัง ยืนยันว่าอานนท์คือพี่ไม้เพื่อนบ้านของน้าตัวเอง เพื่อช่วยให้อานนท์ได้งานทำ มารศรีเลยเลิกสงสัยแต่ก็ยังรู้สึกไม่ถูกชะตามีเรื่องให้กัดกันตลอด และเมื่อผู้ใหญ่กุศลมีคำสั่งให้นายไม้เป็นคนดูแลมารศรี ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไรก็ต้องคอยดูแลไม่ให้คลาดสายตา มารศรีก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้น

ที่ลาดชะโดนอกจากอานนท์จะมาสืบคดีแล้ว ยังมีคดีต่าง ๆ ให้เขาจัดการอีกมากมาย ไม่ว่าจะต้องจัดการกับเหล่าโจรร้าย เช่น เสือหิว ที่ออกปล้นสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน อีกทั้งยังต้องปกป้องชาวบ้านจากการข่มเหงของสองพ่อลูก เศรษฐีอำนาจ (สุรศักดิ์ ชัยอรรถ) กับ สกล (ณัฐชนน ภูวนนท์) รวมถึงปกป้องมารศรีจากการรังควานของสกลที่ต้องการแต่งงานกับมารศรี ระหว่างที่ปลอมตัวอยู่ที่ลาดชะโด ความก็เกือบแตกเข้าจนได้ เมื่อ อำภา (บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์) น้องสาวแสนสวยของเขามาเจอ พอรู้ว่าเขามาสืบราชการ สองพี่น้องก็ช่วยกันปิดบังเรื่องนี้เป็นความลับ อำภาอยากช่วยพี่ชายให้สมหวังกับมารศรี แต่กลับทำให้มารศรีหึงโดยไม่รู้ตัว และเรื่องวุ่น ๆ ก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อวิชาญเจออำภาก็รู้สึกชอบเลยตามจีบอำภา แต่อำภาไม่สนใจ แถมยังเจออุปสรรคจากพ่อกำนันที่หวงลูกสาวยิ่งกว่าไข่ในหิน และยิ่งกว่านั้นพ่อกำนันยังเกลียดลิเกอีกด้วย แต่ยังโชคดีที่ยังมีแม่ เย็นจิต (ขวัญฤดี กลมกล่อม) ชบา (ปิยะดา เพ็ญจินดา) ลำไย (วชิรา เพิ่มสุริยา) เมียทั้งสามของกำนัน ที่เป็นแม่ยกลิเกช่วยกันสนับสนุนเต็มที่

เรื่องคดียังไม่จบ เรื่องความรักก็ดูวุ่นวาย อานนท์จะไขปริศนาคดีฆาตกรรม และเอาชนะใจมารศรีได้อย่างไร ถ้ามารศรีรู้ว่าเขาไม่ใช่คนงานธรรมดาแต่เป็นตำรวจจะเกิดอะไรขึ้น!!

เรื่องย่อคนเหนือฅน

ดูย้อนหลัง ละครเรื่อง คนเหนือฅน ทุกตอน

เรื่องย่อ…ข่าวการถูกบุกปล้นยาเสพติดของกลาง ที่ทางหน่วยปราบปรามยาเสพติดจับและยึดได้จากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดกว่า หนึ่งตัน ในเขตอำเภอบางดงเสือ ถูกส่งเข้ามาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากเกิดเหตุไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผบ.ตร. เรียกประชุมด่วนเพื่อคลี่คลายคดีนี้ เพราะถ้ายาเสพติดเหล่านี้หลุดไปในตลาดโลกแล้วล่ะก็จะเกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างใหญ่หลวง

ไม่มีใครรู้ว่าการปล้นครั้งนี้เป็นผลงานของ เชน นักฆ่ามือฉมัง พร้อมทั้งไม่มีใครสงสัยว่าเป็นเขา เพราะปกติเชนจะเป็นมือปืนรับจ้างสังหารคนอย่างเดียว การปล้นครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลก… แต่อย่างไรก็ดีทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็ยังเพ่งเล็งไปที่กลุ่มอิทธิพลต่างๆ รอบๆ พื้นที่

ในเบื้องต้นมีการสั่งการให้ปิดเส้นทางการขนย้ายอย่างแน่นหนา เพื่อให้ยาเสพติดพวกนี้ยังคงอยู่ในพื้นที่ ไม่แพร่กระจายออกไป และเรื่องที่สองที่ต้องทำเร่งด่วนก็คือ ต้องหายาเสพติดพวกนี้ให้พบ ทางสนง.ตร. จึงต้องส่งมือดีเข้าไปแทรกซึมหาข่าวในพื้นที่อย่างลับๆ …ร.ต.อ. เมฆา สุวรรณาวงศ์ หรือผู้กองเมฆา ได้ถูกเลือกให้มาปฏิบัติการครั้งนี้ เพราะเขาคือมือดีที่สุด เมฆาไม่ได้ถูกฝึกมาเพื่อรักษาชีวิต แต่ฝึกมาเพื่อเอาชีวิตคนอื่น…!!!

กลางป่าทึบแห่งหนึ่ง… เมฆากำลังปฏิบัติการบุกเดี่ยวเข้าไปช่วยเหลือนักข่าวชาวอเมริกัน ของสำนักข่าว CNN สี่คนหนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิง ที่ถูกจับไปเรียกฆ่าไถ่จากกลุ่มก่อการร้าย นักข่าวพวกนี้เข้าไปทำข่าวในประเทศเพื่อนบ้านและมีข้อมูลสำคัญที่ทาง CIA ต้องการ ดังนั้นการเข้าช่วยเหลือจึงต้องมีความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยสูงสุด กล่าวคือต้องได้ตัวกลับมาพร้อมลมหายใจ และเมฆาก็ไม่ทำให้หน่วยต้นสังกัดผิดหวัง เขาบุกเดียวเข้าไปช่วยเหลือและทำลายล้างกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนั้นอย่างราบคาบ….

ชายแดนทางภาคใต้ของประเทศไทย… ผู้หญิงไทยอายุรุ่นๆ 10 คน กำลังถูกส่งตัวไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านโดยรถตู้ มีชายฉกรรจ์ 4 คน ควบคุมไป หนึ่งในผู้หญิงนั้นก็คือ หมวดเนตรดาว ที่ปลอมตัวแฝงเข้ามาทำภารกิจสืบหาต้นตอของผู้ซื้อและผู้ขาย หมวดเนตรดาวต้องไปให้ถึงต้นตอของสถานที่ที่ส่งผู้หญิงพร้อมทั้งเก็บข้อมูล และประสานงานกับหน่วยเหนือเพื่อจับกุมทันที แต่ระหว่างทางเกิดความผิดผลาด ….ผู้คุมคนหนึ่งเกิดหื่นขึ้นมาจึงจับตัวหมวดเนตรดาวหมายจะข่มขืน หมวดเนตรดาวจึงต้องป้องกันตัว และลามปามไปถึงการสังหารคนคุมทั้งสี่คน ปฏิบัติการครั้งนี้จึงล้มเหลว

หมวดเนตรดาวถูกตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยและความประพฤติเพาะเธอขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ซึ่งหมวดเนตรดาวแย้งว่าเธอจำเป็นต้องขัดคำสั่ง เพราะเธอ และพวกผู้หญิงเหล่านั้นกำลังตกอยู่ในอันตราย ผลสอบออกมาว่าเธอบริสุทธิ์แต่ถูกย้ายไปประจำที่ สภ. บางดงเสือ เรียกง่ายๆว่าถูกเด้ง หมวดเนตรดาวยอมย้ายเพื่อพิสูจน์ว่าคนดีอยู่ที่ไหนก็ได้

เรือนจำพิเศษกรุงเทพ… คม ชาติเสือไท ต้องโทษคดีฆ่าคนตายโดยประมาท เหตุการณ์ในครั้งนั้นเขาเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังถูกพวกลูกผู้มีอำนาจลวนลามและกำลังทำอนาจารในบาร์แห่งหนึ่ง เขาเข้าไปช่วยเหลือแล้วพลั้งมือสังหารลูกชายนักการเมืองท้องถิ่นอย่างไม่ได้ตั้งใจ เขาได้รับโทษจำคุก 10 ปี แต่ด้วยคมมีความประพฤติที่ดีเขาติดคุกอยู่ 5 ปีเขา จึงได้รับการอภัยโทษ และปล่อยตัวออกมา คมเป็นคนพเนจร ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ทันทีที่เขาออกมา เขาก็ซัดเซไปตามถนนหลวงและโบกรถไปที่แห่งหนึ่ง…

อำเภอบางดงเสือเป็นปลายทางของคม!!!!!! ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปที่นั่นทำไม ??? เมฆา มาที่บางดงเสือเพียงลำพังในฐานะช่างภาพอิสระ เพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจของผู้คนทั่วไป โดยอ้างว่าถ่ายภาพสวยๆไปขายต่างประเทศ มันเป็นเวลาเดียวกันกับ ร.ต.ท.เนตรดาว ได้ถูกส่งมาประจำที่นี่แทนรองสารวัตรคนเก่าที่เสียชีวิตไป …ทันที่ที่เนตรดาวเหยียบบางดงเสือเธอก็ได้รับการต้องรับจากเจ้าถิ่น…

ไม่มีใครรู้ว่าเธอมาเป็นตำรวจ พวกนั้นเห็นเธอป็นเพียงสาวทอมที่น่าหมั่นไส้ แล้วเข้ามาลองดีกับเธอ แต่มันไม่เป็นไปตามที่พวกมันคาดคิดเนตรดาวต่อสู้กับพวกมันอย่างดุเดือด แต่…น้ำน้อยต้องแพ้ไฟ ….พวกมันมากกว่า เนตรดาวกำลังจะเสียที พวกมันกำลังจะพาไปให้เนตรดาวลิ้มรสความเป็นชาย และกลับใจกลายเป็นผู้หญิง…แต่พวกมันยังไม่ทันได้ทำเหมือนที่คิด เมฆา ก็เข้ามาขวางแล้วซัดพวกนั้นเสียหมอบ …เนตรดาวนึกขอบคุณ เมฆา แต่ด้วยใจที่ปิดกั้นผู้ชายเธอจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเมฆา หมู่เหิร และ จ่าแห้ว รีบเข้ามาพร้อมทั้งขอโทษที่มารับช้า จึงทำให้เกิดเรื่อง เมฆาจึงรู้ว่าเนตรดาวเป็นรองสารวัตรที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่

ความคิดของเนตรดาวก็คือ ผู้ชายมันก็เหมือนๆกันทั้งนั้น !!!!! ทันทีที่คมถึงเขตบางดงเสือ เขาก็ต้องไปหาเงินใช้ด้วยการไปต่อยมวยเถื่อน คมสามารถโค่นตัวเก่งของที่นั่นได้ ทำให้เจ้าของนักมวยไม่พอใจ ส่งคนมาฆ่าคม แต่ เรืองเดช พ่อค้าใหญ่ของบางดงเสือ มาช่วยชีวิตคมเอาไว้ เรืองเดชชอบในฝีมือและนิสัยใจคอของคมจึงชวนมาทำงานด้วย และงานแรกที่คมได้รับคือไปรับ พราวฟ้า ลูกสาวคนเดียวของเสี่ยเรืองเดชที่เพิ่งเรียนจบจากต่างประเทศที่สนามบิน ท่ามกลางความไม่พอใจของ สิงขร ลูกน้องมือขวาคนสนิทของเรืองเดช เพราะสิงขรแอบชอบพราวฟ้ามานานแล้ว และสิงขรก็ใช้ความเป็นคนเก่าแก่ สั่งให้คมไม่ต้องไปรับ เขาจะไปรับพราวฟ้าเอง คมยอมทำตาม…..

คิมหันต์ นักข่าวหนุ่มไฟแรง เพิ่งย้ายงานมาทำข่าวให้สำนักข่าวต่างประเทศแห่งหนึ่ง ที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย เขาใฝ่ฝันมานานที่จะได้เข้ามาทำงานที่นี่ มาตั้งแต่เรียนจบคณะวารสารศาสตร์และวันนี้ความฝันเขาเริ่มเป็นจริงแล้ว งานแรกที่คิมหันต์ได้รับมอบหมายคือ ทำสกู๊ปเปิดโปงการค้ายาเสพติดตามตะเข็บชายแดน…บางดงเสือคือปลายทางของคิมหันต์ ..เพราะบ้านเกิดของเขาอยู่ที่อำเภอสถิตไทย ติดกับอำเภอบางดงเสือ …ชื่อของไมค์ นักค้ายาเสพติดระดับตำนาน คือเป้าหมายที่คิมหันต์จะต้องไปค้นหาความจริง

คิมหันต์กลับมาบ้าน มาหาตาปลิว พ่อบุญธรรมที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่แบเบาะ ตาปลิวไปเจอแม่ของคิมหันต์ถูกยิงตายกลางป่า สิ่งที่ติดตัวคิมหันต์มาก็คือสร้อยคอที่มีพระองค์จิ๋วห้อยติดคอมา บัดนี้สร้อยเส้นนั้นคิมหันต์สวมมันไม่ได้แล้ว แต่เขายังห้อยพระองค์นี้ติดตัวไม่เคยห่าง คิมหันต์ได้มาพบกับแสงฉาย ในเหตุการณ์ที่แสงฉายนำพวกชาวบ้านมาประท้วงกำนันเกชา เรื่องบุกรุกป่า ไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิด คิมหันต์จึงมาเตือน ทำให้แสงฉายคิดว่าคิมหันต์เข้าข้างกำนันเกชา จึงไม่ค่อยกินเส้นกัน

งานเลี้ยงต้อนรับพราวฟ้าได้ถูกจัดขึ้นที่คฤหาสน์ ของเรืองเดช มีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากมาย รวมทั้ง กำนันเกชา และ ภูผา ผู้เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแก กำนันเกชา เป็นผู้มีอิทธิพลของอำเภอสถิตไทย มีกิจการทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายมากมาย โดยเฉพาะ ไม้เถื่อน ยาเสพติด กำนันเกชาลงทุนทำบ่อน และสถานเริงรมย์กับเรืองเดช ที่บางดงเสือ ซึ่งลึกๆแล้วเหตุผลที่เข้ามาร่วมทุนก็เพราะต้องการขยายอิทธิพลมาที่นี่และจะโค่น เรืองเดชในที่สุด …

….แต่เรืองเดชก็ไม่ใช่คนโง่ เขาก็พอจะรู้ว่ากำนันเกชาไม่ได้จริงใจกับเขาเท่าไหร่ เขาจึงระวังตัวตลอดเวลา ผลประโยชน์ เท่านั้นที่ทำให้ทั้งสองคนยังมองหน้ากันได้…ทั้งสองคน ทำการค้ากับไมค์ นักธุรกิจผิดกฎหมายครบวงจร ที่ทางการยังไม่มีหลักฐานในการจับกุม ไมค์มีเส้นสายมากมายทำให้เขาลอยนวลอยู่ได้ งานนี้ไมค์ถูกเชิญมาร่วมงานด้วย เขามาพร้อมกับแคทเธอลีน ลูกน้องคนสนิทฝีมือดีของเขา

ผู้คนมากมายในบางดงเสือต่างถูกเชิญให้มาในงานเลี้ยงครั้งนี้ เรืองเดชจะประกาศตัวพราวฟ้าอย่างสมศักดิ์ศรี การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด ตำรวจมาดูแลความปลอดภัยในงานนี้เกือบทั้งอำเภอ รวมทั้งหมวดเนตรดาว สารวัตรเพทาย หมู่เหิร และ จ่าแห้วด้วย ….

คม เจียมตัวอยู่ห่างๆ เขาไม่ได้เสนอหน้าออกมา เมฆา หาทางมาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้จนได้ คิมหันต์มาในฐานะนักข่าว เพื่อมาสังเกตการณ์ ไมค์ ทั้งสามคนได้มาอยู่ที่เดียวกัน แต่มีเป้าหมายคนละอย่าง ….ถึงเวลาเปิดตัวพราวฟ้า ทุกคนต้องตะลึงเพราะเธอสวยกว่าที่ใครๆจะคิด สายตาทุกคู่จับจ้องเธอ แม้แค่คมก็ยังไม่วางตาจากพราวฟ้า ..แม้ว่าจะมีการวางกำลังคุ้มครองความปลอดภัยอย่างหนาแน่นก็ยังเกิดเรื่องขึ้นจนได้ …กลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ อาวุธครบมือบุกเข้าถล่มกลางงาน….เป้าหมายคือหมายเอาชีวิตเรืองเดช กับพราวฟ้า…ซึ่งมือปืนกลุ่มนั้นเกือบทำได้สำเร็จ แต่มันพลาดเพราะคม เข้ามาช่วยเรืองเดชไว้ทัน..(เท่ากับว่าบุญคุณที่เรืองเดชเคยช่วยคมเอาไว้นั้นหายกัน)….การต่อสู้จบลงด้วยการที่กลุ่มชายฉกรรจ์ฉากถอยไป

ไม่มีใครรู้หรือแม้แต่จะคิดว่า เชน เป็นคนนำทีมบุกมาสังหารครั้งนี้ เพราะงานนี้มันใหญ่เกินตัวของเชน ซึ่งถ้าจะทำต้องมีคนที่ใหญ่มากๆหนุนหลัง… คนๆ นั้นคือใครกันแน่ ???? สารวัตรเพทาย กับ หมวดเนตรทรายต้องเร่งรีบคลี่คลายคดีนี้ โดยเร็วที่สุดเพราะเป็นคดีดังไปจนถึงสนง.ตำรวจแห่งชาติ การสืบสวนของหมวดเนตรทรายจึงเริ่มขึ้น โดยมีคู่หูเป็นหมู่เหิร กับจ่าแห้ว หมวดเนตรทรายไม่รู้ถึงเหตุจูงใจที่ทำให้ใครก็ตามที่บุกมาต้องการฆ่าเรืองเดช แต่สำหรับเมฆา เขามุ่งประเด็นไปที่ยาเสพติดของกลางที่ถูกปล้นไป คือสาเหตุที่เรืองเดชถูกบุกสังหาร และคิดว่าคนที่ปล้นยาเสพติดไปน่าจะเป็นเรืองเดช ไม่แตกต่างไปกับความคิดของคิมหันต์ ที่เขาเกาะติดเรื่องนี้อย่างเข้มข้นและติดตามเรืองเดชทุกระยะ

คมกลายเป็นคนสนิทของเรืองเดช สามารถเดินเข้าออกในทุกที่ของที่นี่ได้อย่างอิสระ ท่ามกลางความไม่พอใจของสิงขรที่เก็บเอาไว้ในใจรอเวลาที่จะเอาคมลงจากตำแหน่งนี้ เมฆา คอยตามคมอย่างไม่ให้รู้ตัว แล้ววันหนึ่งเขาลอบตามคมเข้ามาในบาร์และนั่งดื่มในอีกมุมของบาร์ เมฆาไปมีเรื่องกับเด็กของสิงขร แล้วชกต่อยกัน เด็กของสิงขรสู้ไม่ได้ คมเข้ามาเคลียร์ …ทั้งคู่ประจันหน้ากัน เมฆา คิดว่าคมจะมาช่วยพวกของสิงขรเขาจึงต่อสู้กับคม……

ยังไม่มีใครแพ้ชนะ เรืองเดชกับสิงขร ก็เข้ามา เสียงปืนยุติการต่อสู้ของคนทั้งสอง เรืองเดช แจ้งตำรวจมาจับเมฆาในข้อหาบุกรุกและทำร้ายร่างกาย ….เมฆาอาฆาตคม !!!!!! เมฆาถูกนำมาขังที่สถานีตำรวจ เนตรดาว เป็นคนสอบสวน และมี สารวัตรเพทาย เป็นเจ้าของคดี เมฆาบอกว่าเขาถูกใส่ร้าย แต่เนตรดาวบอกว่าเธอดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน เมฆาจึงบอกว่า ตามพยานหลักฐานหรือใบสั่งกันแน่… ผลก็คือเนตรดาวเพิ่มให้เมฆาอีกข้อหาหนึ่งคือดูหมิ่นเจ้าพนักงาน เมฆาเดือดเลือดขึ้นหน้าแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขายังไม่อยากเผยสถานะในตอนนี้ แต่เนตรดาวก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมีคำสั่งให้ประกันตัวเมฆาออกไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครมาประกัน (ที่แท้หน่วยเหนือสั่งมา)….

เป้าหมายของเมฆาคือตามสืบหา ยาเสพติดของกลางที่ถูกปล้นไปเขาคิดว่าคมต้องรู้เห็น จึงคอยสอดส่องติดตามคมตลอดเวลา สำหรับเรืองเดชคิดว่า เมฆา มันต้องไม่ใช่คนธรรมดา และสั่งสิงขรให้หาทางกำจัดเมฆาให้ได้ และมีหลายครั้งที่เมฆาถูกลอบสังหาร แต่เขาก็รอดมาได้ เพราะมีจดหมายฉบับน้อยคอยส่งมาเตือนซึ่งไม่รู้ว่าใครส่งมา

เนตรดาวมาสอบสวนกำนันเกชากับภูผา เพราะทั้งสองคนอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ ภูผาเกิดหลงรักเนตรดาวขึ้นมาทันทีและพยายามจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมาครอง จะว่าไปแล้วกำนันเกชาก็คิดไม่ออกว่าใครมาถล่มบ้านและเอาชีวิตเรืองเดชกับลูกสาว ตัวเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนี้ หรือว่ามันจะเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติดของกลางที่หายไป…ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

ในฐานะที่เป็นนักข่าว คิมหันต์จึงสนิทกับ เนตรดาวอย่างรวดเร็ว เพราะทั้งสองฝ่ายต่างแลกข้อมูลกัน นอกจากคดีบุกถล่มบ้านเรืองเดชแล้ว เนตรดาวยังสนใจคดีปล้นยาเสพติดของกลาง แม้ว่ามันนอกเหนือหน้าที่เธอก็อยากจะทำคดีนี้เพื่อพิสูจน์ว่าเธอควรกลับไปทำงานหน่วยเดิมซึ่งจะได้ประโยชน์มากกว่าจะมาอยู่ตามโรงพักต่างจังหวัด แสงฉายเริ่มหมั่นไส้แต่ไม่เข้าใจว่าทำไม ? รวมทั้งเมฆา ที่ไม่ค่อยพอใจก็ไม่รู้ว่าเหตุผลที่ไม่พอใจคืออะไร ?

เมฆาคือใครกันแน่ …เนตรดาวสงสัยและหาข้อมูลปูมหลังของเมฆา แต่ไม่ได้อะไรมากมาย รู้เพียงว่าเขาเป็นเด็กกำพร้า มีพระรูปหนึ่งเลี้ยงดูเมฆามาซึ่งพระรูปนั้นก็มรณภาพไปหลายปีแล้ว คมเริ่มรู้เบื้องหลังของเรืองเดช ที่ทำงานผิดกฎหมายหลายอย่าง เขาเคยเดินทางไปพบไมค์ กับเรืองเดช และสิงขร ได้รับรู้เรื่องยาเสพติดของกลาง ไมค์ กับเรืองเดช คิดว่า กำนันเกชา เป็นคนปล้นไปแน่ๆ สิงขรอาสาไปจัดการเรื่องนี้ให้ แต่เรืองเดชได้รับมอบหมายให้คมไปสืบว่ายาเสพติด ของกลางซ่อนอยู่ที่ไหน สิงขรไม่พอใจลึกๆ

คมเริ่มคิดและอยากจะถอนตัวจากการทำงานให้เรืองเดช แต่ยังลงจากหลังเสือไม่ได้ คมได้รู้จักกับตาจุ้นในร้ายเหล้าประจำอำเภอ ของหมวยและเจ๊กเฮง ตาจุ้นเป็นคนเก่าแก่ของที่นี่ ทำให้ตาจุ้นรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเป็นอย่างดี …เรืองเดชเป็นยังไง กำนันเกชาเลวแค่ไหน ไมค์ทำอะไรบ้าง แม้แต่เรื่องที่ตาจุ้นไปพบเด็กชายในป่าวัยสองขวบถูกทิ้งไว้… ตาจุ้นเล่าให้คมฟัง …เขาไม่สามารถเลี้ยงดูได้ เลยเอาไปฝากพระธุดงค์ที่ผ่านมา พระธุดงค์เอาไปเลี้ยงที่กรุงเทพ คมรู้สึกสนใจมาก..เขามีปมหลังเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยังบอกใครไม่ได้ …..

เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีที่แล้ว วันอันแสนสุขของครอบครัวเสธ.องอาจ เริ่มขึ้นด้วยการมาพักผ่อนที่บ้านกลางป่าใหญ่ริมลำธารแถบตะเข็บชายแดน วิภา เมียที่แสนรักกำลังสาละวนอยู่กับการเลี้ยงลูกน้อย “คิง” วัย 1 ขวบ มีคนรับใช้คอยดูแล “เคียว” 2 ขวบอีกคน ส่วนเจ้า “คม” ลูกชายคนโตวัย 9 ปีกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการตกปลาที่ลำธารกับเสธ.องอาจผู้เป็นพ่อ …แต่เวลาแห่งความสุขนั้นมันช่างสั้นเสียเหลือเกิน…

ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้ามาสังหารครอบครัวของเสธ.องอาจ คม พา เคียว น้องชายอายุ 2 ขวบวิ่งหนีไปตามคำสั่งพ่อ ส่วนวิภาก็คว้าตัว คิง วัย 1 ขวบอุ้มแนบอกแล้วหนีไป แต่อนิจจา วิภาไปได้ไม่ไกลก็ถูกสังหาร ลูกน้องอายุ 1 ขวบถูกวิภาล้มทับเอาไว้เด็กสลบไป ผู้สังหารคือว่าตายทั้งคู่ เด็กน้อยจึงรอดตายที่คอของคิง มีสร้อยพระองค์เล็กห้อยอยู่

คมลูกชายคนโตวัย 9 ปีอุ้ม เคียว น้องชายกระเตงวิ่งหนีมาซ่อน แต่ก็ถูกตามล่าจากชายฉกรรจ์หลายคน และเมื่อจวนตัว ที่เจ้าคนโตกับน้องชายจะถูกจับได้ เขาจึงตัดสินใจบอกให้น้องแอบอยู่ในพงเงียบๆแล้วฉีกรูปถ่ายเขากับเคียว ที่ถ่ายไว้ก่อนหน้านั้น 1 เดือน ส่วนที่เป็นรูปคม คมให้เคียวเก็บไว้โดยเขายัดใส่กระเป๋าน้องชาย ส่วนที่เป็นรูปเคียว คมเก็บเอาไว้เผื่อวันหลังอาจได้พบกันจะได้มีรูปยืนยัน หลังจากนั้น คมก็ตัดสินใจวิ่งล่อกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั่นไปทางอื่น กลุ่มชายพวกนั้นวิ่งตามเขาไป…มีเสียงปืนดังขึ้นสองสามนัด….ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเด็กทั้งสามคน …แต่พี่ชายคนโตเห็นว่าคนที่เป็นหัวหน้านำทีมสังหาร ขาข้างหนึ่งเป็นขาปลอม …..ฝันร้ายเรื่องนี้ยังคอยหลอกหลอน คม มาเป็นเวลา 25 ปี

จากคำเล่าของ ตาจุ้น ทำให้เชื่อได้ว่า เคียว น้องชายเขายังไม่ตาย ส่วน คิง เขาเห็นกับตาว่าแม่อุ้มหนีไป แล้วถูกยิงล้มลง คิงคงตายไปแล้ว….คมคิดจะตามหาน้องชายที่ชื่อ เคียว คมยังคงเก็บภาพถ่ายของเคียวที่ฉีกไว้ติดตัวตลอดเวลา ภารกิจของคมคือลอบเข้าไปสืบเรื่องกำนันเกชา ที่นี่คมได้พบกับเผือก เพื่อนรักที่สนิทกันตอนติดคุก เผือกมาทำงานให้กำนันเกชา เพราะทางครอบครัวเขาติดหนี้กำนันเกชาเผือกรู้ดีว่ากำนันเกชาเป็นคนไม่ดี แต่จำใจทำ แต่เมื่อเพื่อนรักของเขากำลังจะหักกับกำนันเกชา เขาก็พร้อมจะช่วยเพื่อน เผือกยอมเป็นสายให้คมบอกความเคลื่อนไหวของกำนันเกชา และช่วยหาที่ซ่อนยาเสพติด

เมฆาสืบไปในแหล่งที่ขายยาแล้วพบว่า มียาเสพติดของกลางหลุดออกมาขายสองสามถุง แต่คนขายบอกว่ามันส่งต่อมาหลายทอด และสุดท้ายพบว่ามีลูกน้องชั้นปลายแถวของเรืองเดชเป็นคนเอามาปล่อย…สงสัยว่ามันคงขโมยเจ้านายมันออกมา เมฆาตัดสินใจตามสืบไปที่โกดังของเรืองเดช

เมฆา ลอบไปดูโกดังของเรืองเดช สิงขรไหวตัวทัน สิงขรและลูกน้องไล่ยิง เมฆาจนเกือบเสียท่า แต่แล้วเนตรดาวก็เข้ามาช่วยเอาไว้ ทั้งคู่ต่อสู้กับพวกสิงขร แบบหันหลังชนกัน แต่พวกของสิงขรมากกว่า เนตรดาวกับเมฆากำลังจะเสียที…..คม เข้ามาช่วยไว้โดยเขาแกล้งเข้ามาแบบทะลุกลางปล้อง ทำให้ เมฆากับเนตรดาวหนีไปได้ สิงขรโมโหคมแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นเหตุสุดวิสัยตามที่สิงขรเห็น คมไม่อยากให้ตำรวจดีๆอย่างเนตรดาวต้องมาจบชีวิตลงจึงเข้ามาช่วย ครั้งนี้เขารู้สึกว่าเมฆาไม่น่าใช่คนร้าย หรือนักเลงหัวไม้อะไร แต่เนตรดาวกับเมฆาไม่รู้ว่าคมตั้งใจช่วยพวกเขา เมฆายังมองคนเป็นโจรเหมือนเดิม

เมฆาถูกยิงที่ช่องท้องเนตรดาวจึงต้องรีบพาไปที่โรงพยาบาล เมฆาอยู่ในอาการโคม่า เนตรดาวรู้สึกสงสารและเห็นใจ และหลังจากที่เมฆาฟื้น เนตรดาวก็ดูแลเมฆาอย่างดี เธอรู้สึกซึ้งใจเพราะสาเหตุที่เมฆาบาดเจ็บก็เพราะปกป้องเธอ แม้ว่าเธอจะปิดกั้นตัวเองจากผู้ชายแต่สำหรับเมฆาก็สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้เหมือนกัน เนตรดาวแอบค้นกระเป๋าสตางค์ของเมฆา แล้วพบรูปถ่ายวัยเด็กของใครบางคนฉีกไว้ (ภาพคมตอน 9 ขวบ) เธอสงสัยแต่ไม่ได้ถามเมฆาเพราะกลัวเมฆาหาว่าเธอไร้มรรยาทถือวิสาสะค้นข้าวของส่วนตัว

แสงฉาย เริ่มสนิทกับ คิมหันต์แล้วถามถึงพ่อแม่ของคิมหันต์ ตาปลิวจึงเล่าว่าย้อนหลังไปเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ตาปลิวยังหนุ่มและเป็นพรานล่าสัตว์ ขณะที่เขาล่าสัตว์อยู่ (ห่างบริเวณที่เสธ.องอาจตั้งแคมป์)พอสมควร แกได้ยินเสียงปืน แล้วสักพักก็เห็นวิภา อุ้มเด็กน้อย คนหนึ่งวิ่งหนีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่วิ่งไล่ล่ามา แล้วแกก็เห็นวิภาถูกยิงล้มลง แล้วคนพวกนั้นก็ไปแกวิ่งดูเห็นว่าวิภาตาย แสงฉายรู้สึกสงสารและเห็นใจคิมหันต์ …

คิมหันต์เริ่มชอบพอแสงฉาย คิมหันต์ให้สร้อยห้อยพระที่ติดตัวคิมหันต์มาตั้งแต่ตอนที่ตาปลิวไปเจอ กับแสงฉาย เพื่อเป้นของขวัญแห่งความรัก และร่วมกันต่อต้านกำนันเกชาเรื่องตัดไม้ และ ให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่คอรัปชั่นออกโฉนดที่ดินอย่างไม่ถูกต้องเอามาเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง คิมหันต์ส่งข่าวไปเปิดโปง ทำให้กำนันเกชากับภูผา ต้องคดี แต่ก็ยังใช้เส้นหลุดคดีมาได้ กำนันเกชา กับ ภูผาแค้น และคิดจะสังหารคิมหันต์

เผือก ถูก กำนันเกชาจับได้ว่าเป็นไส้สึกให้คม เขาถูกตามล่า แล้วรีบมาหาคม เป็นจังหวะที่คมได้รับมอบหมายให้ไปฆ่า เมฆา คมพยายามปฏิเสธ แต่ถ้าเขาไม่ทำ สิงขรก็จะรับงานนี้ คมไม่อยากฆ่าคน แต่ถึงอย่างไร คมก็บุกเข้ามาเพื่อฆ่าเมฆา เขาสร้างฉากว่ามาฆ่า แต่สู้ไม่ได้ เขายอมให้เมฆายิงเขาได้รับบาดเจ็บ เนตรดาว เข้ามาแล้วไล่ล่าคมไป …เป็นจังหวะที่คมทำกระเป๋าสตางค์ตก เนตรดาวเก็บเอาไว้ เมื่อเปิดกระเป๋าดูเนตรดาวพบว่าคมมีรูปถ่ายที่ฉีกเอาไว้เสี้ยวหนึ่ง เป็นรูปของเด็กคนหนึ่งอายุราว 2 ขวบ เนตรดาวเก็บความสงสัยเอาไว้

พราวฟ้ามาพบคมได้รับบาดเจ็บ เธอพาตัวคมหนีไปรักษา …คมพบว่ากระเป๋าสตางค์เขาหายไป เขาพยายามคิดว่ามันหายไปตอนไหน พราวฟ้าถาม คมพยายามบ่ายเบี่ยงไม่พูดความจริง แต่พราวฟ้าพูดออกมาเองว่า เธอได้ยินเรืองเดชพ่อของเธอสั่งให้ไปฆ่าคน เธอไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพ่อเธอ และคิดจะเตือนพ่อของเธอว่าให้เลิกเสีย…เรืองเดชขึ้นหลังเสือแล้วลงยาก จะว่าไปแล้วเขาเองก็อยากกลับมาใช้ชีวิตที่สงบ แต่เมื่อไหร่เขาลงจากหลังเสือ กำนันเกชากับไมเคิลไม่ปล่อยเขาไว้แน่ เรืองเดชอธิบายกับพราวฟ้าในคืนวันหนึ่ง และสิงขรก็แอบฟังอยู่ …..

สิงขรมีความหลังที่ไม่ดีกับเรืองเดชนัก ตามศักดิ์จริงๆ เรืองเดชคืออาของสิงขร พ่อของสิงขรเป็นเพื่อนรักของเรืองเดช แต่เกิดผิดใจกัน …พ่อของสิงขรถูกฆ่าตายอย่างมีเงื่อนงำ และไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่า สิงขรฝังใจว่าเรืองเดชต้องเป็นคนอยู่เบื้องหลังการสังหารครั้งนี้ เขาเก็บมันเอาไว้ในใจรอการแก้แค้น ..เรืองเดชไม่รู้ว่าสิงขรเป็นลูกชายของเพื่อนรัก

พราวฟ้าบอกกับคมว่า เธอพูดกับเรืองเดชใหเลิกทำผิดกฎหมาย และเรืองเดชก็รับปาก คมดีใจ แล้วบอกว่าเขาจะช่วยปกป้องเรืองเดชเอง ตอนนี้คมกับพราวฟ้ารักกันอย่างสนิทใจ เรืองเดชเองก็รู้และคิดว่าจะฝากฝังพราวฟ้าไว้กับคม หากเขาเป็นอะไรไป เรืองเดชคิดจะวางมือจากวงการเนื่องจากเกรงว่าพราวฟ้าจะมีอันตราย ซึ่งจะว่าไป เรืองเดชไม่มีคดีอะไรมาก เท่ากับกำนันเกชา และไมค์ แต่วันหนึ่งมีคนติดต่อเอายาเสพติดของกลางมาขายให้เรืองเดช ด้วยความโลภเรืองเดชจึงตัดสินใจเดินทางไปซื้อ เขาพาคมไปด้วยแล้วขอให้คมเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เขาบอกคมว่างานนี้จะเป็นงานสุดท้ายของเขา คิมหันต์ลอบตามไปทำข่าวโดยไม่มีใครรู้ ….โดยมีฉายแสงคอยช่วยอยู่ข้างๆ ถึงเวลา มีกลุ่มคนลึกลับ เอายาเสพติดมาขาย…การค้าขายดำเนินไปอย่างราบรื่น คิมหันต์เก็บภาพทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน คมติดร่างแหไปด้วย

ความสงสัยในตัวเมฆาว่าเป็นใครของเนตรดาวเริ่มมากขึ้นจนกระทั่งวันหนึ่ง ทางหน่วยเหนือต้องบอกความจริงกับเธอว่าเมฆาคือใคร และต้องการให้เนตรดาว กับเมฆาร่วมมือกัน เพราะเมฆาบาดเจ็บและอาจทำงานนี้คนเดียวไม่ไหว …เป็นจังหวะเดียวกันกับสายรายงานมาว่ามีคนติดต่อขายยาเสพติดของกลางให้เรืองเดช เมฆา กับเนตรดาวจึงร่วมมือกัน แต่ก่อนที่จะเริ่มงาน เนตรดาวเอารูปถ่ายที่ฉีกไปเสี้ยวที่เก็บได้จากกระเป๋าคมเอามาให้เมฆา แล้วเอามาต่อกันปรากฏว่ามันต่อกันสนิท เมฆาจึงสงสัยว่าคมเป็นอะไรกับเขาหรือเปล่า…หรือว่า…คมจะเป็นครอบครัวเดียวกับเขา

คิมหันต์เอาข้อมูลที่ถ่ายเอาไว้ขณะที่เรืองเดชกับคม กำลังซื้อยาเสพติด เนตรดาวรายงานหน่วยเหนือ บุกเข้าจับกุมเรืองเดช แต่เรืองเดชไหวตัวทันหนีไปได้ โดยมีคมคอยอารักขา แต่ยังไม่พ้น…. กำนันเกชา ไมค์ รับรู้เรื่องที่เรืองเดชครอบครองเฮโรอีนไว้คนเดียวจึง รวมกันเข้ามาไล่ล่า เรืองเดช แต่คมก็ช่วยเอาไว้ได้ เรืองเดชไม่พอใจสั่งฆ่าคิมหันต์สิงขรดำเนินการ สิงขรพาพราวฟ้าหนีไปซ่อนไว้โดยอ้างว่าเพื่อความปลอดภัย …คิมหันต์ถูกสิงขรไล่ล่า ส่วนคมเขาต้องมาเจอกับเนตรดาวและ เมฆา เมฆาเอารูปที่ฉีกขาดแล้วต่อกันให้ดู….

คมถึงกับน้ำตาร่วงเพราะ ที่แท้ เมฆาก็คือ เคียวนั่นเอง สองพี่น้องได้พบกัน ความหลังพรั่งพรูออกมา หลังจากที่คมทิ้งเคียวเอาไว้ ตาจุ้น มาพบเข้า แล้วจึงเอาไปฝากให้พระธุดงค์ที่ผ่านมาเก็บไปเลี้ยง แล้วคิงน้องคนเล็กล่ะ ????

คมเชื่อว่าน่าจะเสียชีวิตไปพร้อมแม่ แต่อย่างบังเอิญ แสงฉาย วิ่งหน้าตื่นเข้ามาขอความช่วยเหลือบอกว่าคิมหันต์กำลังตกอยู่ในอันตราย ….อย่างทันที คมสังเกตเห็นพระที่ห้อยคอแสงฉาย แล้วนึกถึงพระที่ห้อยคอเคียว ตอนเด็กๆ คมถามว่าไปเอาพระองค์นี้มาจากไหน แสงฉายบอกว่า คิมหันต์ให้มา…

ที่แท้คิมหันต์ก็คือคิง น้องชายคนเล็ก !!!!! เนตรดาว ฉายแสง เมฆา กับ คมรีบไปช่วยคิมหันต์ แต่ไม่ทันเสียแล้ว สิงขร ฆ่าคิมหันต์แล้วอ้างว่าเรืองเดชสั่ง เกิดการต่อสู้กัน สิงขรหนีไปได้พร้อมจับเนตรดาวไปด้วย …..คมเสียใจ เมฆา โทษว่าเป็นเพราะคม คิมหันต์ถึงตาย เมฆา จะจับคมเข้าคุกเพราะคมมีความผิด หลายข้อหา ..คมเข้าใจ เขาบอกว่าขอเขาไปสะสางเรืองเดชเสียก่อน..เมฆาไม่ยอม ทั้งสองคนต่อสู้กัน ในที่สุดคมหนีไปได้

คมไปหาเรืองเดช และคิดจะล้างแค้นแทนคิมหันต์ พลันเขาก็พบว่าเรืองเดชใส่ขาเหล็ก ที่แท้เรืองเดชนั่นเองที่นำทีมฆ่าพ่อของคม คมบ้าเลือดแล้วบุกเข้าไปถล่มเรืองเดช จนสมารถจับเรืองเดช แล้วจะฆ่า แต่เมฆา แสงฉาย ตาจุ้น เผือกเข้ามาห้ามเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคมจะมีคดีมาขึ้นไปอีก …เรืองเดชสำนึกผิด แล้วบอกว่าสิงขร จับพราวฟ้าไป …..

เล่าย้อนไปว่าที่แท้สิงขรนั่งเองคือคนที่ใช้ให้ เชน ไปปล้นยาเสพติดของกลาง เขาต้องการทำให้ไมค์ กำนันเกชา และเรืองเดชผิดใจกัน ห้ำหั่นกันเอง จากนั้นเขาก็จะได้คุมทั้งหมดคนเดียว อีกอย่างสิงขรมีความแค้นฝังใจกับเรืองเดชเพาะเรืองเดชเป็นต้นเหตุให้พ่อเขาตาย สิงขรเป็นคนสร้างสถานการณ์ยิงถล่มงานเลี้ยงต้อนรับพราวฟ้า และการลอบยิงใครต่อใครอีกหลายคนแล้วป้ายความผิดให้เรืองเดช

และบทเฉลยก็คือ เชน กับ สิงขร คือเพื่อนรักเพื่อนตายกันมาตั้งแต่เด็ก สิงขรขอให้เชนมาช่วยทำงาน และขึ้นเป็นใหญ่ด้วยกัน ยาเสพติดทั้งหมดอยู่กับ ไมค์ และกำนันเกชา เมฆา นำกำลังตำรวจเข้าทะลาย จนจับกุมไมค์ และสังหารเกชา ภูผา และลูกน้องได้หมด…สิงขรไปตั้งชุมอยู่ตะเข็บชายแดน ซ่องสุมกำลังไม่มากมาย เขากำลังจะเป็นใหญ่ คม กับเผือก บุกเข้าไปหมายจะกำจัดสิงขร และ ช่วยพราวฟ้ากับเนตรดาว แต่ยังไม่สามารถช่วยได้และกำลังจะเสียทีสิงขร …เมฆา บุกเข้ามาช่วย เขาวางระเบิดถล่ม ชุมของสิงขรและช่วยเนตรดาว กับพราวฟ้ามาได้ และได้สังหาร เชน ส่วนสิงขรถูกคมสังหาร..เรื่องราวยุติลง

เรื่องราวในอดีตของคมและน้องอีกสองคนได้รับการเปิดเผย…..ตาปลิวเป็นคนไปพบคิมหันต์แล้วนำไปเลี้ยงดู ตาจุ้นไปพบเมฆา แล้วนำไปให้พระธุดงค์เลี้ยง ส่วนคมถูกยิงแต่ยังไม่ตาย มีนายทหารประเทศเพื่อนบ้านนำไปเลี้ยงดู …พี่น้องได้มาพบกัน แต่เสียดายที่คนหนึ่งต้องจากไป…..

คิมหันต์ ขอให้น้องไปสู่สุขคติ !!!!! แต่ปาฏิหาริย์มีจริง….ความจริงปรากฏว่าคิมหันต์ไม่ตาย แสงฉายนำคิมหันต์ส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา และบริจาคเลือดให้คิมหันต์… สามพี่น้องจะกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่คนผิดก็ต้องถูกลงโทษ คม เริ่มต้นที่คุก เขาก็จบลงที่คุก แต่คมก็มีความดีความชอบในการช่วยเหลือราชการเขาจึงติดคุกไม่นาน และที่สำคัญ พราวฟ้ายังรอวันเขาออกมาเพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน

เรืองเดช ถูกตัดสินประหารชีวิต แต่รับสารภาพจึงเหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต ทรัพย์สมบัติของเขาที่ไม่ได้ถูกยึดทรัพย์ เขายกให้พราวฟ้ากับคมดูและ และเป็นตัวแทนเรืองเดชช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน เป็นการชดเชยความผิดที่เขาเคยทำลงไป เมฆา ลงเอยกับ หมวดเนตรดาวอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่ทอมอย่างเนตรดาวก็กลับใจมาเป็นหญิงจนได้ …เรื่องราวทั้งหมดจึงจบลงอย่างมีความสุข

เรื่องย่อปางเสน่หา

ร.ต.อ. เตชิต (วศิน อัศวนฤนาท) ได้วางแผนล่อซื้อยาเสพติดจาก นายเจียง (ปิติพน พรตรีสัตย์) พ่อค้ายาคนสำคัญ แต่เจียงไหวตัวทัน ยิงต่อสู้ ขณะนั้นเอง พอล หรือ เพชร  (ชนะพล สัตยา) เข้ามาช่วยเจียงแต่ไม่สำเร็จ  เจียงถูกเตชิตจับได้ แต่ผู้กำกับ เสนา (ณัฐนันท์ คุณวัฒน์) กลับสั่งปล่อย แถมยังให้เตชิตถอนตัวจากคดีนี้  เตชิตผิดหวังมากจึงขับรถไปที่ไร่สุขศรีตรังรีสอร์ตของ ศรีตรัง (แม็กกี้ อาภา) เพื่อนสนิทของเขา

ระหว่างทางที่ เตชิต มารีสอร์ต เขาจะถูกลอบทำร้าย โชคดีที่ เสียงหวาน (ปภาวดี ชาญสมอน) อยู่ตรงนั้นและเห็นเหตุการณ์จึงเตือนให้เขาระวังตัว เตชิตเห็นว่าเสียงหวานเป็นผู้หญิง เกรงจะมีอันตราย จึงให้เสียงหวานซ้อนมอเตอร์ไซค์มาที่รีสอร์ตด้วย แต่เมื่อถึงรีสอร์ตเสียงหวานกลับหายตัวไปเฉย ๆ เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าหญิงสาวที่มาด้วยนั้นไม่ใช่คนแน่ๆ

ที่รีสอร์ต ศรีตรังได้ให้ ป้าจุรี (เจเน็ต เขียว)  ป้าของเธอซึ่งเป็นญาติทางแม่ที่คอยช่วยดูแลความเรียบร้อยของรีสอร์ต พาเตชิตไปพักบ้านหลังที่อยู่บนเนินเขา คืนนั้นเตชิตได้พบกับเสียงหวานอีกครั้ง และครั้งนี้ทำให้เขามั่นใจแล้วว่าหญิงสาวคนนี้ต้องเป็นวิญญาณแน่ ๆ ทั้งคู่เถียงกัน จนในที่สุดเสียงหวานก็พบว่าตัวเองเป็น “ผี” จริง ๆ เธอร้องไห้เสียใจ จนเตชิตใจอ่อน (ถึงแม้จะยังกลัวอยู่) เขาถามว่าเธอเป็นใคร มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร   แต่เสียงหวานจำไม่ได้เลย

ด้าน ศรีตรัง ได้เจอกับ พอล ซึ่งเธอจำได้ว่าเขาคือ พี่เพชร รุ่นพี่และเป็นรักแรกรักเดียวของเธอ ศรีตรังเข้าไปทักแต่กลับพบแต่ความเย็นชา เพราะพอลบอกว่าไม่เคยรู้จักเธอ  ศรีตรังนำเรื่องนี้กลับมาเล่าให้เตชิตฟัง ขณะเดียวกัน เตชิตก็เล่าเรื่องวิญญาณหญิงสาวลึกลับให้ศรีตรังฟัง  ศรีตรังไม่เชื่อแต่ป้าจุรียอมรับว่าตัวเองก็เคยเห็นหญิงสาวคนนี้เช่นกัน ทั้งสามคนตกลงกันว่าจะไม่ให้เรื่อง “ผี” ครั้งนี้แพร่งพรายออกไป และปรึกษากันว่าจะพยายามสืบหาตัวตนของหญิงสาวคนนี้ให้ได้พร้อมทั้งหาสาเหตุที่วิญญาณของเธอต้องมาติดอยู่ที่รีสอร์ตหลังนี้

ต่อมา เตชิต ได้พยายามสืบหาเรื่องราวของ เสียงหวาน โดยเธอเองก็ตาม เตชิต ไปทุกแห่ง ระหว่างนี้ พอล ก็พาตัวเข้ามาใกล้ชิดกับ ศรีตรัง เพราะลึกๆ แล้วยังตัดใจไม่ได้ แต่พอพบกันทีไรก็ต้องปะทะคารมด้วยความเข้าใจผิดกันทุกที โดย พอล คิดว่า ศรีตรัง กับ เตชิต เป็นคนรักกัน ส่วน ศรีตรัง ก็เข้าใจว่า พอล  เป็นพวกค้ายาเสพติด

ในระหว่างที่ เตชิต สืบเรื่องราวความเป็นมาของเสียงหวานนั้น เขาก็ยังคงสืบเรื่องของ เดนิส (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์)  พ่อค้ายาเสพติดผู้มีอิทธิพลสูง ซึ่งเป็นสามีของ ปรกเดือน (บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์) ไปพร้อมกัน

เตชิต จะช่วย เสียงหวาน อย่างไร ? รวมถึงความรักระหว่าง ศรีตรัง และ พอล จะลงเอยแบบไหน มาเอาใจช่วย 2 หนุ่มหล่อมาดเท่ หนึ่งสาวมั่น และ หนึ่งวิญญาณสาว กับภารกิจลับ ที่กำลังจะแปรเปลี่ยนเป็น ภารกิจหัวใจ ไปพร้อมกันในละคร “ปางเสน่หา” ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ประเดิมตอนแรก วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคมนี้ ทาง ช่อง 7HD กด 35 ดูปางเสน่หาย้อนหลังทุกตอน